หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
503407 ครั้ง

แบบรายงานเสนอขอฯครูภูมิปัญญาไทย



กรุณาอ่านที่มาของการสรรหาและยกย่องครูภูมิปัญญาไทยของสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ      จะมีคุณประโยชน์มากมาย

รุ่น     ๘   อาจมีเตรียมหลักฐานไว้ 

 

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ..๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม   (ฉบับที่ ๒) ..๒๕๔๕ มาตรา ๕๗ ในเรื่อง การยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ที่ส่งเสริม   และสนับสนุนการจัดการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ดำเนินการ    คัดเลือกครูภูมิปัญญาไทย ซึ่งกำหนดไว้ในนโยบายให้มีการยกย่องเชิดชูเกียรติ

ครูภูมิปัญญาไทย เพื่อทำหน้าที่ในการถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา     และสนับสนุนให้มีบทบาทในการถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา   ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย  ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคม  คู่มือการสรรหาและคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทย เล่มนี้ เป็นแนวทาง  ในการดำเนินการคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทย และเนื่องจากมีหน่วยงานทางการศึกษา   จำนวนมากมีความสนใจที่จะนำแนวทางดังกล่าวไปปรับปรุงประยุกต์ใช้เพื่อ   ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทรงภูมิปัญญาที่เข้ามาส่งเสริมสนับสนุน    ด้านการศึกษา สำนักงานฯ จึงได้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้เพิ่มเติมเพื่อเกื้อหนุน   ให้มีการส่งเสริมเรื่องภูมิปัญญาให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบและเป็น    แนวทางให้หน่วยงานทางการศึกษาและหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญ   ของผู้ทรงภูมิปัญญา ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศบนพื้นฐาน    ของภูมิปัญญาไทย ได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ในการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทรง   ภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ในท้องถิ่นของตนต่อไป   ดังนั้น สำนักงานฯ จึงได้จัดทำคู่มือการสรรหาและคัดเลือกครู    ภูมิปัญญาไทย ขึ้นเพื่อเผยแพร่ให้แก่นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงภูมิปัญญา    และหน่วยงานต่าง ๆ ในทุกภาคส่วนได้รับรู้สำหรับแจ้งความจำนงเสนอข้อมูล    เพื่อขอเข้ารับการพิจารณายกย่องเชิดชูเกียรติต่อไป      (นายอำรุง จันทวานิช)    เลขาธิการสภาการศึกษา

 

หลักการเกิดภูมิปัญญาไทย

กระบวนการเกิดภูมิปัญญาไทย เป็นการเกิดจากบุคคลที่มีลักษณะใฝ่รู้ รักดี   ทำดี และช่วยแก้ปัญหา ซึ่งบุคคลดังกล่าวนี้มีความสามารถในการได้มาของ    องค์ความรู้ในภูมิปัญญานั้น ได้จาก ๑) คิดสร้างสรรค์ได้เอง ๒) สืบทอดจากบรรพบุรุษของครอบครัว ๓) เรียนรู้จากผู้รู้ ๔) เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ   ) เรียนรู้จากศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และการละเล่น ๖) เรียนรู้จากนับถือเชื่อ   และ ๗) เรียนรู้จากสื่อต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ได้องค์ความรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาเลือกสรรและปรับปรุง โดยองค์ความรู้ที่ได้นี้จะนำไปใช้ปฏิบัติซึ่งส่งผลให้ได้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ คือ ) มีความรู้ ๒) มีทักษะ ๓) มีเทคนิค ๔) มีแหล่ง การเรียนรู้ และ ๕) มีเครือข่าย ทั้งนี้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะที่มีจะเป็นไปตามขอบข่ายภูมิปัญญาไทยทั้ง ๙ ด้าน ได้แก่

การสรรหาและคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยทั้ง ๙ด้าน

. ด้านเกษตรกรรม

. ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม

. ด้านการแพทย์แผนไทย

. ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

. ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน

. ด้านศิลปกรรม

. ด้านภาษาและวรรณกรรม

. ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี

. ด้านโภชนาการ

กระบวนการเกิดภูมิปัญญาไทย ซึ่งความเชี่ยวชาญเฉพาะคือ

. มีความรู้

. มีทักษะ

. มีเทคนิค

. มีแหล่งความรู้

. มีเครือข่าย

ความหมายของภูมิปัญญาไทย

ภูมิปัญญาไทย หมายถึง องค์ความรู้ ความสามารถและทักษะของคนไทยในด้านต่าง ๆ อันเกิดจาการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้เลือกสรร ปรุงแต่ง พัฒนาและถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพื่อใช้แก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตของคนไทยให้สมดุลกับบริบทของสังคมในแต่ละยุคสมัยครูภูมิปัญญาไทยหมายถึง บุคคลผู้ทรงภูมิทรงภูมิปัญญาด้านหนึ่งด้านใดเป็นผู้สร้างสรรค์และสืบสานภูมิปัญญาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับในสังคมและชุมชน เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย ตามนัยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ..๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)..๒๕๔๕

ประเภทของภูมิปัญญาไทย

. ภูมิปัญญาพื้นบ้าน คือ องค์ความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ที่สั่งสมและสืบทอดกันมา เพื่อใช้แก้ปัญหาในการปรับตัวโดยมีการเรียนรู้และสืบทอดต่อกันมาจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนในพื้นบ้านนั้น ๆ หรือเป็นวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวบ้าน

ในพื้นที่

. ภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ ความรู้ ทักษะและวิธีการปฏิบัติของชาวบ้านที่ได้มาจากประสบการณ์แต่ละเรื่องและแต่ละสภาพแวดล้อม โดยมีเงื่อนไขของปัจจัยเฉพาะแตกต่างกันไปสำหรับการนำมาใช้แก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ต้องอาศัยศักยภาพที่มีอยู่โดยชาวบ้านคิดเอง เป็นความรู้ที่สร้างสรรค์และมีส่วนเสริมสร้าง

การผลิต รวมทั้งเป็นความรู้ของชาวบ้านที่สั่งสมมา ส่งผลให้มีโครงสร้างความรู้ที่มีหลักการ มีเหตุและมีผลในตัวเอง จนกระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นความรู้ที่ปฏิบัติได้มีพลังและสำคัญยิ่ง เหล่านี้ช่วยให้ชาวบ้านมีชีวิตอยู่รอด สร้างสรรค์การผลิตและช่วยในด้านการทำงาน

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ ความรู้ที่มีอยู่ทั่วไป ๆ ในสังคม ชุมชนและในตัวผู้รู้เอง เป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ในชีวิตของคนนั้น ๆ ิ่งที่เรียนรู้ผ่านกระบวนการศึกษา สังเกต คิดวิเคราะห์และลงมือปฏิบัติจนเกิดปัญญาในแต่ละท้องถิ่นนั้น ๆ จนกระทั่งสิ่งที่เรียนรู้มาจากหลาย ๆ เรื่องได้ถูกประกอบกันขึ้นแล้วตกผลึกเป็นองค์ความรู้ ซึ่งจัดว่าเป็นพื้นฐานขององค์ความรู้สมัยใหม่ที่ช่วยในการเรียนรู้เพื่อการแก้ปัญหา ช่วยการจัดการและปรับตัวในการดำเนินชีวิตของคนเรา จึงควรมีการสืบค้น รวบรวม ศึกษา ถ่ายทอด พัฒนาและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง

ลักษณะของภูมิปัญญาไทย

ลักษณะของภูมิปัญญาไทย สรุปได้ดังนี้

. เป็นเรื่องของการใช้ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skill) ความเชื่อ(Belief) และพฤติกรรม (Behavior)

. แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง คนกับคน คนกับธรรมชาติ คนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ

. เป็นองค์รวมหรือกิจกรรมทุกอย่างในวิถีชีวิต

. เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหา การจัดการ การปรับตัว การเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดของบุคคล ชุมชนและสังคม

. เป็นแกนหลักหรือกระบวนทัศน์ในการมองชีวิต เป็นพื้นความรู้ในเรื่องต่าง ๆ

. มีลักษณะเฉพาะหรือมีเอกลักษณ์ในตัวเอง

. มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อการปรับสมดุลในพัฒนาการทางสังคมตลอดเวลา

กล่าวโดยสรุปลักษณะของภูมิปัญญาไทย เป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับสิ่งแวดล้อม และคนกับธรรมชาติ โดยคนมีกระบวนทัศน์มีลักษณะเฉพาะหรือมีเอกลักษณ์ของตนเองในการใช้ความรู้ ทักษะ ความเชื่อและพฤติกรรม อย่างเป็นองค์รวมซึ่งเป็นกิจกรรมทุกอย่างในวิถีชีวิต โดยเฉพาะในการใช้แก้ไขปัญหา การจัดการ การปรับตัว การเรียนรู้เพื่อความอยู่รอด ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทางสังคมตลอดเวลา

ขอบข่ายภูมิปัญญาไทย

ตามนโยบายส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา ซึ่งได้รับความเห็นชอบ

ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ได้กำหนดขอบข่าย

ภูมิปัญญาไทยไว้ ๙ ด้าน ดังนี้

. ด้านเกษตรกรรม ได้แก่ ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ทักษะและเทคนิคด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค่าดั้งเดิม ซึ่งคนสามารถพึ่งพาตนเองในสภาวการณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น การทำการเกษตรแบบผสมผสาน การแก้ปัญหาการเกษตรด้านการตลาด การแก้ปัญหาด้าน

การผลิต และการรู้จักปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการเกษตร เป็นต้น

. ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ได้แก่ การรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูป ผลิตเพื่อการบริโภคอย่างปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรมอันเป็นกระบวนการให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้ ตลอดทั้งการผลิตและการจำหน่ายผลผลิตทางหัตถกรรม เช่น การรวมกลุ่มของกลุ่มโรงงานยางพารา กลุ่มโรงสี กลุ่มหัตถกรรม เป็นต้น

. ด้านการแพทย์แผนไทย ได้แก่ ความสามารถในการจัดการป้องกันรักษาสุขภาพของคนในชุมชน โดยเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านสุขภาพและอนามัยได้ เช่น ยาจากสมุนไพรอันมีอยู่หลากหลาย การนวดแผนโบราณ การดูแลและรักษาสุขภาพแบบพื้นบ้าน เป็นต้น

. ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ความสามารถเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งการอนุรักษ์ การพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ การทำแนวปะการังเทียม การอนุรักษ์ป่าชายเลน การจัดการป่าต้นน้ำและป่าชุมชน เป็นต้น

. ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน ได้แก่ ความสามารถในด้านการสะสมและบริหารกองทุนและสวัสดิการชุมชน ทั้งที่เป็นเงินตราและโภคทรัพย์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในกลุ่มเช่น การจัดการกองทุนของชุมชนในรูปของสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมถึงความสามารถในการจัดสวัสดิการในการประกันคุณภาพชีวิตของคนให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลของชุมชน และการจัดระบบสวัสดิการบริการชุมชน

. ด้านศิลปกรรม ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะสาขาต่าง ๆ เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม นาฏศิลป์ ดนตรี ทัศนศิลป์คีตศิลป์ การละเล่นพื้นบ้าน และนันทนาการ เป็นต้น

. ด้านภาษาและวรรณกรรม ได้แก่ ความสามารถในการอนุรักษ์และสร้างสรรค์ผลงานด้านภาษา คือ ภาษาถิ่น ภาษาไทยในภูมิภาคต่าง ๆ รวมถึงด้านวรรณกรรมท้องถิ่นและการจัดทำสารานุกรมภาษาถิ่น การปริวรรตหนังสือโบราณ การฟื้นฟูการเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่าง ๆ

. ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ได้แก่ ความสามารถประยุกต์และปรับใช้หลักธรรมคำสอนทางศาสนา ปรัชญาความเชื่อและประเพณีที่มีคุณค่าให้เหมาะสมต่อบริบททางเศรษฐกิจ สังคม เช่น การถ่ายทอดวรรณกรรมคำสอน การบวชป่า การประยุกต์ประเพณีบุญประทายข้าว เป็นต้น

. ด้านโภชนาการ ได้แก่ ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์และปรุงแต่งอาหารและยาได้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายในสภาวการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนผลิตเป็นสินค้าและบริการส่งออกที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากรวมถึงการขยายคุณค่าเพิ่มของทรัพยากรด้วย

ใครคือครูภูมิปัญญาไทย

ปัจจุบันมีผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญในเรื่องของภูมิปัญญาพื้นบ้าน ภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และภูมิปัญญาไทย โดยนัยของการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น “ครูภูมิปัญญาไทย” ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาดำเนินการนี้จะหมายถึงบุคคลซึ่งมีคุณลักษณะเบื้องต้น คือ เป็นบุคคลที่มีความรอบรู้และ

มีทักษะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในระดับชำนาญการและ/หรือเชี่ยวชาญในการใช้ความรู้ของตนเองเพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดในรูปแบบการจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือหลายรูปแบบรวมกัน การจัดการศึกษาของ ๓ รูปแบบคือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

ตลอดจนเป็นบุคคลที่มีความสามารถใช้ความรอบรู้และทักษะเพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน ครอบครัวและท้องถิ่น จนกระทั่งประสบความสำเร็จได้เป็นแบบอย่างหรือต้นแบบและเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนเป็นสำคัญ

บุคคลที่มีคุณลักษณะเบื้องต้นดังกล่าวจัดได้ว่าเป็น “ผู้ทรงภูมิปัญญา”ซึ่งเป็นบุคคลที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มุ่งสรรหาและคัดเลือกเพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น “ครูภูมิปัญญาไทย”

คุณสมบัติและขั้นตอนการดำเนินการสรรหาและคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทย

) ต้องมีสัญชาติไทย

) เป็นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

) มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามขอบข่ายภูมิปัญญาไทย

) มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้และความเชี่ยวชาญในขอบข่ายภูมิปัญญาไทยด้านใดด้านหนึ่ง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี

) มีผลงานเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

) ไม่เคยได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น “ครูภูมิปัญญาไทย” จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มาก่อน

ขั้นตอนการดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติครูภูมิปัญญาไทย

) แต่งตั้งคณะทำงานสรรหาและคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยเพื่อดำเนินการยกย่อง

) ประชุมคณะทำงานฯ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานและจัดทำเกณฑ์ยกย่อง

) แจ้งหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาครวมมากกว่า ๘๐๐ แห่ง เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการดำเนินการรวบรวมข้อมูลและจัดส่งข้อมูลของ “ผู้ทรงภูมิปัญญา” เข้าพิจารณายกย่อง

เชิดชูเกียรติต่อไป

 

อนึ่ง ในขั้นตอนที่ ๓) นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ และผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานฯ ที่http://www.onec.go.th โดยให้ผู้สนใจศึกษาแนวทางการสรรหาและคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทย และกรอกข้อมูลในแบบเสนอผู้ทรงภูมิปัญญาเพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น“ครูภูมิปัญญาไทย” รุ่นที่... (ตามเอกสารหมายเลข ๒ในภาคผนวก) โดยให้ระบุรายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้งส่งผลงานและส่งรูปภาพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ส่งเอกสารใด ๆ กลับคืนให้  จากนั้นจะทำการรวบรวมเอกสารที่เป็นแบบเสนอผู้ทรงภูมิปัญญาเพื่อ

ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็น “ครูภูมิปัญญาไทย” และจัดทำรายนามของผู้ทรงภูมิปัญญาตามแบบเสนอผู้ทรงภูมิปัญญาฯ ที่มีการจัดส่งมายังสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ภายในเวลาตามที่กำหนดไว้

ประชุมคณะทำงานฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาเอกสารแบบ

-เสนอผู้ทรงภูมิปัญญาฯ โดยคัดกรองและคัดเลือกผู้ทรงภูมิปัญญาที่สมควรได้รับการยกย่อง ด้วยวิธีการใช้แบบประเมินเอกสารเป็นเครื่องมือในการพิจารณาแบบเสนอฯ ที่แจ้งมา

- การประเมินภาคสนาม ใช้แบบประเมินภาคสนามเป็นเครื่องมือในการพิจารณาและรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยคณะทำงานฯลงพื้นที่ภาคสนามเพื่อประเมินเชิงประจักษ์ด้วยวิธีการศึกษาดูงานผู้ทรงภูมิ

ปัญญาที่ผ่านเกณฑ์ประเมินเอกสารตามข้อ

-ประชุมคณะทำงานฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาผลการประเมินเชิงประจักษ์จากภาคสนาม ด้วยวิธีการนำเสนอข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินภาคสนามต่อที่ประชุมและคณะทำงานฯ โดยทุกท่านร่วมกันอภิปราย

เพื่อหาข้อสรุปในการตัดสินเป็นขั้นตอนสุดท้าย

-ประกาศผลการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทยโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

-แจ้งหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาครวมมากกว่า ๘๐๐ แห่ง และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อรับทราบการประกาศผลการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทย ทั้งนี้

เพื่อการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไป

-จัดงานมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูภูมิปัญญาไทยโดยมีพิธีการอย่างสมเกียรติ

-ประชุมผู้ที่ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทย เพื่อการส่งเสริมสนับสนุนในการจัดทำเอกสารประมวลองค์ความรู้และการทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ภูมิปัญญาในแต่ละท่านไปสู่สังคมในวงกว้างได้รับรู้ถึงเกียรติภูมิที่มี โดยการสนับสนุนจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

-ผู้ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทยดำเนินการในข้อตกลงตามนัย โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะให้การปรึกษาเป็นระยะ ๆ ให้แล้วเสร็จ

-นำเอกสารประมวลองค์ความรู้ที่ได้จัดทำ มาพิจารณาและตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เพื่อการเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นความชัดเจนของเนื้อหาสาระ

-ผู้ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทยดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเอกสารประมวลองค์ความรู้ตามข้อเสนอแนะ

-จัดทำรูปเล่ม พิมพ์และเผยแพร่ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการยกย่องเชิดชูเกียรติ

. ได้ “ครูภูมิปัญญาไทย” จำนวนหนึ่งเพื่อการพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และสนับสนุนการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามกระแสของการพัฒนาท้องถิ่นในปัจจุบัน

. ได้องค์ความรู้ใหม่ในการส่งเสริมและพัฒนาการขับเคลื่อนการนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของครูภูมิปัญญาไทยที่ให้การเรียนรู้แก่ประชาชนในท้องถิ่น อันนำไปสู่ความต่อเนื่องของการดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป

. ได้ตัวอย่างรูปแบบและวิธีการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ในการขับเคลื่อนแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยครูภูมิปัญญาไทยที่ให้การเรียนรู้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งนำไปสู่ต้นแบบในการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป

. เกิดพลังขับเคลื่อนที่เป็นประโยชน์ต่อครูภูมิปัญญาไทย ปราชญ์ชาวบ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป สำหรับการขับเคลื่อนแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาไทยให้ก่อเกิดประโยชน์แก่ประเทศและเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

ผู้รับผิดชอบการดำเนินการ

สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ๙๙/๒๐ ถนนสุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ๑๐๓๐๐ โทร ๐๒-๖๖๘-๗๑๒๓ โทรสาร ๐๒-๒๔๓-๑๑๒๙ และ ๐๒-๖๖๘-๗๓๒๙

-การตัดสินชี้ขาดผลการสรรหาและคัดเลือกคณะทำงานตามคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเรื่องแต่งตั้งคณะทำงานสรรหาและคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่... เป็นผู้ตัดสิน

ชี้ขาดผลการสรรหาและการคัดเลือก

-หลักเกณฑ์การยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น “ครูภูมิปัญญาไทย”การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อยกย่องชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทยนั้นสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาร่วมกับคณะทำงานสรรหาและคัดเลือก

ครูภูมิปัญญาไทย กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณา เพื่อสรรหาและคัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทย โดยใช้หลักเกณฑ์การประเมิน ๒ ลักษณะ ดังนี้

๑ หลักเกณฑ์การประเมินจากเอกสาร

การประเมินจากเอกสาร มีหลักเกณฑ์ในการใช้พิจารณาจากข้อมูลที่มีในแบบเสนอผู้ทรงภูมิปัญญา เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น “ครูภูมิปัญญาไทย” รุ่นที่... รวมทั้งพิจารณาข้อมูลจากสิ่งอื่น ๆ ตามที่ผู้ทรงภูมิปัญญาจัดส่งแนบมาให้ เช่น ซีดี และสิ่งพิมพ์ เป็นต้น การตัดสินจะพิจารณาข้อมูลโดยรวมที่มี โดยมีประเด็นองค์ประกอบเพื่อการพิจารณา ๑๐ ประเด็น(ตามเอกสารหมายเลข ๓ ในภาคผนวก) ดังมีเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละประเด็นองค์ประกอบและมีการให้น้ำหนักคะแนนในแต่ละประเด็นองค์

ประกอบต่อไปนี้

เกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละประเด็นองค์ประกอบ มีดังนี้

() ถ้ามีข้อมูลในแต่ละประเด็นมีข้อความครบถ้วน ชัดเจนและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจควรแก่การติดตาม ให้ ๒ คะแนน

() ถ้ามีข้อมูลในแต่ละประเด็นมีข้อความไม่ครบถ้วนและขาดความชัดเจน แต่น่าจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจควรแก่การติดตาม ให้ ๑ คะแนน

() ถ้ามีข้อมูลในแต่ละประเด็นมีข้อความไม่ครบถ้วนและขาดความชัดเจน และไม่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจควรแก่การติดตาม ให้ ๐ คะแนน

 

 

คณะทำงานฯ จะพิจารณาองค์ประกอบ ตัวชี้วัดเกณฑ์การให้คะแนน และการให้น้ำหนักคะแนนแก่ผู้ทรงภูมิปัญญาตามที่กำหนดไว้ ๓ ด้าน ดังนี้

) ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ (๕ ข้อ)

() ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่ยอมรับของสังคม

() มีคุณธรรม จริยธรรม และเสียสละในการถ่ายทอดภูมิปัญญา

() มีความสามารถในการใช้ภูมิปัญญาด้านนั้น ๆ

() ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ใฝ่ปฏิบัติ

() เป็นผู้นำที่ดีและมีความสามารถในการบริหารจัดการ

) ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้แก่ (๕ ข้อ)

() มีความสามารถในการถ่ายทอดภูมิปัญญา

() มีการปรับปรุงและพัฒนาวิธีการในการถ่ายทอดองค์ความรู้

() มีความสามารถในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ภูมิปัญญา

() มีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญา

() มีการติดตามและประเมินผลการถ่ายทอดภูมิปัญญา

) ด้านคุณภาพของผลงาน ได้แก่ (๓ ข้อ)

() มีผลงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และพัฒนางานอย่าง

ต่อเนื่อง

() มีผลงานเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

() มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในการแก้ไขปัญหาและ

เพื่อการพัฒนา

. การประกาศผลผู้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ

การประกาศผลผู้ทรงภูมิปัญญาที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ นั้นสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะประกาศรายชื่อก็ต่อเมื่อมีผลการประเมินซึ่งคณะทำงานฯ ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเงื่อนไขการประเมินภาคสนามนี้ ผู้ทรงภูมิปัญญาที่มีสิทธิ์ได้รับการประกาศผลได้รับการยกย่อง

จะต้องผ่านเกณฑ์บังคับร้อยละ ๕๐ ในองค์ประกอบของแต่ละด้าน ดังต่อไปนี้

) ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ประกอบด้วย ๒ ข้อ ได้แก่ ข้อ ()ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่ยอมรับของสังคม และข้อ () มีความสามารถในการใช้ภูมิปัญญาด้านนั้น ๆ

) ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประกอบด้วย ๓ ข้อ ได้แก่ ข้อ ()มีการปรับปรุงและพัฒนาวิธีการในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ข้อ () มีความสามารถในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ภูมิปัญญา และข้อ () มีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญา

) ด้านคุณภาพของผลงาน ประกอบด้วย ๑ ข้อ ได้แก่ ข้อ () มีผลงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และพัฒนางานอย่างต่อเนื่องนอกจากจะผ่านเกณฑ์บังคับร้อยละ ๕๐ แล้ว ยังมีเงื่อนไขต่อมา คือผู้ทรงภูมิปัญญาจะต้องได้คะแนนโดยรวมตามแบบประเมินภาคสนามร้อยละ ๘๐ตามประเด็นต่าง ๆ ขององค์ประกอบ ตัวชี้วัด เกณฑ์การให้คะแนน และการให้น้ำหนักคะแนนแก่ผู้ทรงภูมิปัญญา ดังมีรายละเอียดในตารางที่ ๒ ต่อไปนี้

 

ตารางที่ ๒ แสดงรายละเอียดขององค์ประกอบ ตัวชี้วัด เกณฑ์การให้คะแนน และการให้น้ำหนักคะแนนแก่ผู้ทรงภูมิปัญญาเพื่อการประเมินเชิงประจักษ์ในพื้นที่ภาคสนาม  องค์ประกอบ   ตัวชี้วัด (KPI)  เกณฑ์การให้คะแนน    การให้น้ำหนัก   คะแนน   ร่องรอย    หลักฐาน

. ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล

.๑ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่ยอมรับของสังคม

. ประกอบสัมมาอาชีพชอบ

. พึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร

. ประหยัดและอดออม

. มีระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบ

. ปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรมตามศาสนา

. ปฎิบัติตนตามระบอบประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

ผ่านเกณฑ์ ๖ ข้อ ได้ ๓ คะแนน     ผ่านเกณฑ์ ๔-๕ ข้อ ได้ ๒ คะแนน     ผ่านเกณฑ์ ๒-๓ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

. ๒ มีคุณ ธ ร ร ม   จริยธรรม และเสียสละใน    การถ่ายทอดภูมิปัญญาไทย

. ไม่หวังสิ่งตอบแทนจากการถ่ายทอดองค์ความรู้

. ไม่ปิดบังองค์ความรู้และเคล็ดลับภูมิปัญญาไทย

. ทุ่มเทกำลังกายและใจ สติปัญญาในการถ่ายทอดความรู้

ผ่านเกณฑ์ ๕ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓-๔ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

. มีความเป็นธรรม/เสมอภาค

ในการถ่ายทอดภูมิปัญญา

. มีความเมตตาและเอื้ออาทรต่อผู้เรียน

.๓ มีความสามารถในการใช้ภูมิปัญญาด้านนั้น ๆ

. มีความรู้ ความเข้าใจในภูมิปัญญานั้นๆอย่างชัดเจน

. มีทักษะในการใช้ภูมิปัญญาอย่างชัดเจน

. สามารถประยุกต์ใช้ภูมิปัญญานั้นอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในชุมชน /สังคม

. สามารถบูรณาการกับภูมิปัญญาอื่น

ผ่านเกณฑ์ ๔ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

.๔ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนใฝ่ปฏิบัติ

. ศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอ

. สนใจ ใฝ่รู้เรื่องที่สร้างสรรค์

. ใช้เวลาว่างเพื่อการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง

. ทดลอง / ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

ผ่านเกณฑ์ ๔ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

.๕ เป็นผู้นำที่ดีและมีค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ นการบริหารจัดการ

. กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง

. มีวิสัยทัศน์

. มีมนุษยสัมพันธ์

. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

. มีการทำงานอย่างเป็นระบบ

. มีความมุ่งมั่นในการทำงาน

ผ่านเกณฑ์ ๖ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๔-๕ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒-๓ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

. ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้

.๑ มีความสามารถในการถ่ายทอดภูมิปัญญา

. ใช้วิธีการถ่ายทอดที่หลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียน

. ใช้สื่อ / อุปกรณ์ในการถ่ายทอดอย่างเหมาะสม

. มีการถ่ายทอดในระบบการศึกษาหรือนอกระบบการศึกษาหรือการศึกษาตามอัธยาศัย

. มีกระบวนการถ่ายทอดที่เป็นลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน

ผ่านเกณฑ์ ๔ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

.๒ มีการปรับปรุงและพัฒนาวิธีการในการถ่ายทอดองค์ความรู้

. มีการปรับปรุง / พัฒนาวิธีการถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง

. มีการจัดทำหลักสูตรหรือมีข้อมูลการถ่ายทอด

. มีการรวบรวมข้อมูล เพื่อปรับปรุงและพัฒนาวิธีการถ่ายทอดความรู้อย่างสม่ำเสมอ

. มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการถ่ายทอดความรู้

. มีการพัฒนาปรับปรุงสื่ออุปกรณ์

ผ่านเกณฑ์ ๕ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓-๔ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

.๓ มีความสามารถในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ภูมิปัญญา

. มีระบบการสร้างเครือข่ายที่ชัดเจน

. มีการสร้างเครือข่ายกับองค์กรภาครัฐหรือเอกชน

. มีเครือข่ายการเรียนรู้ทั้งในชุมชน /นอกชุมชน

. มีการผสมผสาน / บูรณาการเครือข่ายภูมิปัญญา

ผ่านเกณฑ์ ๔ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

.๔ มีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญา  การเผยแพร่ผลงานผ่านสื่อ

. หนังสือพิมพ์

. โทรทัศน์ / วีดิทัศน์

. วิทยุ / หอกระจายข่าว

. บทความ / วารสาร

. งานวิจัย

. นิทรรศการ

. อื่นๆ (โปรดระบุ).........................................

ผ่านเกณฑ์ ๕-๗ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓-๔ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

.๕ มีการติดตามแ ล ะ ป ร ะ เ มิน ผ ล ก า รถ่ายทอดภูมิปัญญา

. มีร่องรอยการพบปะเครือข่ายและ/หรือผู้เรียน

. มีร่องรอยการดำเนินงาน การติดตามผลการถ่ายทอดภูมิปัญญา

ผ่านเกณฑ์ ๔ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

. มีหลักฐานการติดตามเพิ่มเติมความรู้ในส่วนที่ไม่สมบูรณ์

. มีการนำผลการติดตามมาใช้พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

. ด้านคุณภาพของผลงาน

.๑ มีผลงานที่เกิดจ า ก ค ว า ม คิด ริเ ริ่มสร้างสรรค์และพัฒนางานอย่าง ต่อเนื่อง

๑ มีผลงานที่เป็นต้นแบบที่สามารถนำไปฎิบัติได้

. มีการพัฒนาผลงานต้นแบบให้เหมาะสมกับท้องถิ่น

. มีการนำเทคโนโลยมี าพฒั นางานอย่า ต่อเนื่อง

. มีการพฒั นารูป แบบให้เหมาะสมกับผู้เรียนในท้องถิ่น/ยุคสมัย

ผ่านเกณฑ์ ๔ ข้อ ได้ ๓ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๓ ข้อ ได้ ๒ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๒ ข้อ ได้ ๑ คะแนน

ผ่านเกณฑ์ ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน

.๒ มีผลงานเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

. ได้รับการยอมรับในครอบครัว

. ได้รับการยอมรับในชุมชน

. ได้รับการยอมรับในสังคม

. ได้รับการยอมรับในประเทศชาติ

. ได้รับการยอมรับในนานาชาติ

ยอมรับในระดับประเทศชาติ /

นานาชาติ ได้ ๓ คะแนน

ยอมรับในระดับสังคม ได้ ๒ คะแนน

ยอมรับในระดับชุมชน ได้ ๑ คะแนน

ยอมรับในครอบครัว ได้ ๐ คะแนน

.๓ มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในการแก้ไขปัญหาและเพื่อการพัฒนา

. มีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาสำหรับตนเอง

. มีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาสำหรับครอบครัว

. มีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาสำหรับชุมชน

. มีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาสำหรับสังคม

. มีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาสำหรับประเทศชาติ

. มีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาสำหรับนานาชาติ

ทำเพื่อประเทศชาติ/นานาชาติได้ ๓ คะแนน

ทำเพื่อสังคม ได้ ๒ คะแนน

ทำเพื่อชุมชน ได้ ๑ คะแนน

ทำเพื่อตนเอง ได้ ๐ คะแนน

 

 

เครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูภูมิปัญญาไทย

บุคคลที่ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นครูภูมิปัญญาไทยจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ“ครูภูมิปัญญาไทย” ดังมีลักษณะต่อไปนี้เครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูภูมิปัญญาไทยลักษณะของเข็มเชิดชูเกียรติครูภูมิปัญญาไทยมีลักษณะเป็นช่อลายกระจังตาอ้อย ๙ ช่อ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนขอบข่ายภูมิปัญญาไทย ๙ ด้าน ประกอบด้วยข้อความ “ครูภูมิปัญญาไทย” ที่ทำด้วย

เงินบริสุทธิ์ และเกสรทั้ง ๙ ช่อ ทำด้วยทองคำแท้

ความหมาย

หมายถึงความเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาของครูภูมิปัญญาไทยด้านใดด้านหนึ่งใน ๙ ด้าน ได้แก่ ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ด้านการแพทย์แผนไทย ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน ด้านศิลปกรรม ด้านภาษาและวรรณกรรม ด้านปรัชญา ศาสนา

และประเพณี และด้านโภชนาการ

การส่งเสริมสนับสนุนครูภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา

เมื่อได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทยแล้วสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูภูมิปัญญาไทยทำหน้าที่ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการจัดการศึกษา ดังนี้

. การสนับสนุนให้ครูภูมิปัญญาไทยดำเนินการโครงการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยการสนับสนุนเงินงบประมาณ

. ในกรณีครูภูมิปัญญาไทยที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการเป็น“ศูนย์การเรียนภูมิปัญญาไทย” สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะดำเนินการสนับสนุนทั้งในด้านงบประมาณและข้อมูล รวมทั้งการช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานให้เกิดการดำเนินงานของศูนย์การเรียนซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญทางด้านการศึกษา ตามนัยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. ๒๕๔๒

. สวัสดิการต่าง ๆ ทั้งในด้านค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะดำเนินการเทียบตำแหน่งให้แก่ครูภูมิปัญญาไทยให้มีศักดิ์และสิทธิเทียบเท่ากับข้าราชการ เพื่อความสะดวกในการเบิกค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทนต่าง ๆ

. สำนักงานฯ จะได้ดำเนินการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้เป็นเกียรติแก่ครูภูมิปัญญาไทย

. จัดพิมพ์เผยแพร่ประวัติชีวิตและผลงานของครูภูมิปัญญาไทย

. เผยแพร่เกียรติคุณและผลงานของครูภูมิปัญญาไทยต่อสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ

. เชิญเข้าร่วมการประชุมสัมมนาในงานสำคัญของชาติในทุกระดับ

 

 

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ-เดิม) ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาค้นคว้าเรื่องภูมิปัญญา เพื่อผลักดันให้เกิดการเรียนรู้อันพึ่งประสงค์ โดยได้ดำเนินการดังนี้

. สำรวจ ศึกษาค้นคว้างานวิจัยและข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาในระดับพื้นที่การศึกษาทั้งของไทยและต่างประเทศแล้ววิเคราะห์สรุปสาระสำคัญไว้ประกอบการพิจารณา

. สัมภาษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้รู้ ผู้ชำนาญการ ตลอดจนประชุมสัมมนาระดมความคิดจากประดาผู้รู้

. จัดทำร่างนโยบายและแผนงานการส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา สำหรับเสนอรัฐบาลใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพื่อการจัดการศึกษาตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐ และ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒นโยบายเพื่อให้ภูมิปัญญาเป็นฐานรากและเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาคนและการพัฒนาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดไว้เป็นนโยบาย ดังนี้

. นำภูมิปัญญาเข้าสู่การศึกษาของชาติ โดยเลือกสรรสาระและกระบวนการเรียนรู้เข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย

. ยกย่องและเชิดชูเกียรติ “ครูภูมิปัญญา” และสนับสนุนให้มีบทบาทเสริมในการถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกระบบ รวมทั้งให้แบบอย่างและชี้นำด้านวิถีคิด วิถีการเรียนรู้ และการดำเนินชีวิตที่ได้ผ่านการทดสอบมามาก

. สนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านภูมิปัญญา เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาที่หลากหลายให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

. ประมวลคลังข้อมูลเกี่ยวกับสารัตถะองค์กรและเครือข่ายภูมิปัญญาทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

ความหมายและขอบข่ายภูมิปัญญาไทยภูมิปัญญาไทย หมายถึง องค์ความรู้ ความสามารถและทักษะของคนไทยอันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ เลือกสรร ปรุงแต่งพัฒนาและถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพื่อใช้แก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตของคนไทยให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมและเหมาะสมกับยุคสมัยภูมิปัญญาไทย มีลักษณะเป็นองค์รวมและมีคุณค่าทางวัฒนธรรม เกิดขึ้นในวิถีชีวิตไทย ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นอาจเป็นที่มาขององค์ความรู้ที่งอกงามขึ้นใหม่ที่จะช่วยในการเรียนรู้ การแก้ปัญหา การจัดการและการปรับตัวในการดำเนินวิถีชีวิตของคนไทย ลักษณะองค์รวมของภูมิปัญญามีความเด่นชัดในหลายด้าน เช่น

ด้านเกษตรกรรม ได้แก่ ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ทักษะและเทคนิคด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค่าดั้งเดิม ซึ่งคนสามารถพึ่งพาตนเองในสภาวการณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น การทำการเกษตรแบบผสมผสาน การแก้ปัญหาการเกษตรด้านการตลาด การแก้ปัญหาด้านการผลิต และการรู้จักปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการเกษตร เป็นต้นด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ได้แก่ การรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูป ผลิตเพื่อการบริโภคอย่างปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรม

อันเป็นขบวนการให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้ ตลอดทั้งการผลิตและการจำหน่ายผลผลิตทางหัตถกรรม เช่น การรวมกลุ่มของกลุ่มโรงงานยางพารา กลุ่มโรงสี กลุ่มหัตถกรรม เป็นต้น

ด้านการแพทย์แผนไทย ได้แก่ ความสามารถในการจัดการป้องกัน และรักษาสุขภาพของคนในชุมชนโดยเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเอง ทางด้านสุขภาพและอนามัยได้ เช่น ยาจากสมุนไพรอันมีอยู่หลากหลาย การนวดแผนโบราณ การดูแลและรักษาสุขภาพแบบพื้นบ้าน เป็นต้นด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ความสามารถ เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งการอนุรักษ์ การพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ การทำแนวปะการังเทียม การอนุรักษ์ป่าชายเลน การจัดการป่าต้นน้ำและป่าชุมชน เป็นต้นด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน ได้แก่ ความสามารถในด้านการสะสมและบริหารกองทุนและสวัสดิการชุมชน ทั้งที่เป็นเงินตราและโภคทรัพย์เพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงให้แก่ชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในกลุ่ม เช่น การจัดการกองทุนของชุมชนในรูปของสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมถึงความสามารถในการจัดสวัสดิการในการประกันคุณภาพชีวิตของคนให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ รักษาพยาบาลของชุมชน และการจัดระบบสวัสดิการบริการชุมชน

ด้านศิลปกรรม ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะสาขาต่าง ๆ เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม นาฏศิลป์ ดนตรี ทัศนศิลป์ คีตศิลป์ การละเล่นพื้นบ้าน และนันทนาการ เป็นต้น

ด้านภาษาและวรรณกรรม ได้แก่ ความสามารถในการอนุรักษ์และสร้างสรรค์ ผลงานด้านภาษา คือ ภาษาถิ่น ภาษาไทยในภูมิภาคต่าง ๆ รวมถึงด้านวรรณกรรมท้องถิ่นและการจัดทำสารานุกรมภาษาถิ่น การปริวรรตหนังสือโบราณ การฟื้นฟูการเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่าง ๆ

ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ได้แก่ ความสามารถประยุกต์ และปรับใช้หลักธรรมคำสอนทางศาสนา ปรัชญาความเชื่อและประเพณีที่มีคุณค่า ให้เหมาะสมต่อบริบททางเศรษฐกิจ สังคม เช่น การถ่ายทอดวรรณกรรม คำสอน การบวชป่า การประยุกต์ประเพณีบุญประทายข้าว เป็นต้น

ด้านโภชนาการ ได้แก่ ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์และปรุงแต่งอาหารและยาได้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายในสภาวการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนผลิตเป็นสินค้าและบริการส่งออกที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากรวมถึงการขยายคุณค่าเพิ่มของทรัพยากรด้วยครูภูมิปัญญา หมายถึง บุคคลผู้ทรงภูมิปัญญาด้านหนึ่งด้านใดเป็นผู้สร้างสรรค์และสืบสานภูมิปัญญาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับ

ของสังคมและชุมชน และได้รับการยกย่องให้เป็น “ครูภูมิปัญญาไทย” เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย ตามนัยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๔๒

วิสัยทัศน์

ภูมิปัญญาไทยจะได้รับการฟื้นฟูและนำมาปรับใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และบริบททางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปโดยถือเป็นส่วนสำคัญยิ่งส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการศึกษาสำหรับคนทั้งชาติ และเป็นไปเพื่อเน้นคุณค่าทางจิตพิสัยเพื่อนำไปสู่ดุลยภาพอย่างยั่งยืน

จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การแก้ปัญหาและพัฒนาคนและสังคมตามแนวทางที่เหมาะสมกับประเทศไทย

แผนงานที่ ๑ การส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา

วัตถุประสงค์

. เพื่อนำสาระและกระบวนการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญาเข้าสู่การศึกษาทั้งการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย

. เพื่อพัฒนาเครือข่ายการจัดการศึกษาด้านภูมิปัญญาให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งต่อการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกระบบ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เอกชน และภาครัฐ

. มีการนำนวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ในการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านภูมิปัญญาเพื่อการศึกษา

เป้าหมาย

. มีการฟื้นฟูและพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ภูมิปัญญาทุกระดับการศึกษา โดยคำนึงถึงพื้นฐานทางวัฒนธรรมอันหลากหลายของท้องถิ่น

. มีสถาบัน หรือ องค์กรรับผิดชอบงานคลังข้อมูลภูมิปัญญา รวมถึง การศึกษาวิจัยและพัฒนาภูมิปัญญาอย่างเป็นองค์รวม

. มีเครือข่ายบุคคล สถานศึกษาและศูนย์การเรียนรู้หลายลักษณะร่วมพัฒนาการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญา

. มีระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิปัญญาไทยที่ทันสมัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับและทุกระบบ

มาตรการ/วิธีการ

. รัฐต้องสนับสนุนให้โรงเรียนหรือชุมชนที่มีความพร้อมประสานการจัดทำแผนและพัฒนาการเรียนรู้ร่วมกัน

. ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาบรรจุสาระ และกระบวนการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญา ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต วิถีวัฒนธรรม ศาสนา ตลอดจนวิธีการ และองค์ความรู้เรื่องนี้ให้เป็นส่วนสำคัญหนึ่งของการศึกษา

. สนับสนุนให้มีสถาบัน หรือองค์กร ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ รับผิดชอบงานคลังข้อมูลภูมิปัญญา ตลอดจนการศึกษาวิจัยและพัฒนาเรื่อง ภูมิปัญญา

. สนับสนุนให้มีการนำนวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ในการพัฒนาคลังข้อมูลและกระบวนการเรียนรู้ภูมิปัญญา

. สนับสนุน ประสานงานเครือข่ายภูมิปัญญาให้ร่วมรณรงค์สร้างจิตสำนึก ที่เหมาะสม และร่วมจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย

. พัฒนาครูและกระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาอย่างต่อเนื่อง

แผนงานที่ ๒ การส่งเสริม การสำรวจ และการวิจัยเรื่องภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา

วัตถุประสงค์

. เพื่อสำรวจ รวบรวม วิเคราะห์และประมวลข้อมูลภูมิปัญญาไทยทุกระดับ ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

. เพื่อฟื้นฟู เลือกเฟ้น และพัฒนาองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทยให้เป็นระบบสามารถนำมาใช้ในการศึกษาอย่างคุ้มค่าและสมจริง

. เพื่อแสวงหาและเลือกสรรวิธีการวิจัยที่เหมาะสมในการศึกษาพัฒนาการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญา

. เพื่อพัฒนารูปแบบการนำเนื้อหาและวิธีการถ่ายทอดการเรียนรู้ภูมิปัญญามาใช้ในระบบการศึกษาเป้าหมาย

. มีระบบข้อมูลองค์ความรู้เรื่องภูมิปัญญา

. มีเครือข่ายการวิจัยทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เรื่องภูมิปัญญา

. มีเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อทำวิจัยและนำผลการวิจัยไปใช้พัฒนาการเรียนรู้

มาตรการ/วิธีการ

. ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยวิจัยทุกภูมิภาคทำการวิจัยและขยายผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาอย่างกว้างขวางโดยทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัยสาระภูมิปัญญาในการดำรงชีวิต วิถีวัฒนธรรมศาสนา ตลอดจนวิธีการนำมาใช้พัฒนาการศึกษา

. เสริมสร้างและประสานงาน ให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักวิจัย ผู้รู้ชาวบ้าน นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างองค์ความรู้เรื่องภูมิปัญญาเพื่อการศึกษา

. ส่งเสริม สนับสนุน และประสานเครือข่ายคลังข้อมูลภูมิปัญญาไทยเพื่อการนำมาใช้ประโยชน์และขยายผลสู่การพัฒนาการศึกษาในทุกระดับและทุกระบบ

แผนงานที่ ๓ การยกย่องครูภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา

วัตถุประสงค์

. เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้ทรงภูมิปัญญาให้มีบทบาทสำคัญในการนำภูมิปัญญาเข้าสู่การศึกษาในฐานะ “ครูภูมิปัญญา” ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานและพัฒนากระบวนการถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง

. เพื่อให้ครูภูมิปัญญาสามารถทำหน้าที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีศักดิ์ศรี

เป้าหมาย

. ยกย่องและเชิดชูเกียรติ “ครูภูมิปัญญา” ตลอดจนทำข้อกำหนดในเรื่องสวัสดิการที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนากระบวนการถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง

. มีการจัดระบบการตอบแทนการปฏิบัติภารกิจของครูภูมิปัญญาโดยความร่วมมือของเครือข่ายภูมิปัญญาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

มาตรการ/วิธีการ

. ประสานกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทรงภูมิปัญญา เพื่อพิจารณาและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น“ครูภูมิปัญญา”

. ส่งเสริม สนับสนุน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกย่องผู้ทรงภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบการยกย่องเชิดชูเกียรติครูภูมิปัญญาในส่วนที่เกี่ยวกับบทบาทในการถ่ายทอดภูมิปัญญา โดยกำหนดค่าตอบแทนในการปฏิบัติภารกิจและกิจกรรมอื่น ๆ อย่างเหมาะสม

. จัดทำทำเนียบครูภูมิปัญญาพร้อมคู่มือถ่ายทอดเพื่อการเผยแพร่

แผนงานที่ ๔ การบริหารและจัดการในการนำภูมิปัญญาเข้าสู่การจัดการศึกษา

วัตถุประสงค์

. เพื่อให้มีกลไกในการบริหารและจัดการที่มีประสิทธิภาพในการนำภูมิปัญญาไทยเข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

. เพื่อให้ประชาชน เอกชน และภาครัฐร่วมเป็นเครือข่ายดำเนินงาน

ส่งเสริมภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา

เป้าหมาย

. เกิดพลังทางสังคมในการมีส่วนร่วมและสนับสนุนในการนำภูมิปัญญา

เข้าสู่ระบบการศึกษาตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พุทธศักราช ๒๕๔๐ และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒

. มีเครือข่ายภูมิปัญญาในทุกระดับ ทุกภูมิภาค และท้องถิ่นเพื่อดำเนินงาน

ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับ/ระบบต่าง ๆ

. มีกองทุนของประชาชนสนับสนุนการนำภูมิปัญญาเข้าสู่การจัดการศึกษา

มาตรการ/วิธีการ

. สำรวจ รวบรวมและศึกษาภูมิปัญญาที่ปรากฏอยู่ในชุมชนท้องถิ่น ทั้งในรูปของผู้ทรงภูมิปัญญา องค์กรชุมชน เครือข่ายการเรียนรู้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารและจัดการ

. จัดทำตัวชี้วัดภูมิปัญญาเพื่อประโยชน์ในการติดตามและประเมินผล

แผนงาน

. ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานเครือข่ายของประชาชน เอกชนและภาครัฐให้ร่วมกันดำเนินงานส่งเสริมภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา

. จัดตั้งกองทุนส่งเสริมภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา

. ให้มีคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยภูมิปัญญากับการศึกษา ซึ่งประกอบด้วยทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่ง ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงานและระดมทรัพยากร เพื่อการดำเนินงานด้านภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา โดยมีสถาบันแห่งชาติว่าด้วยภูมิปัญญาและการศึกษาไทยเป็นสำนักงานเลขานุการและประสานงาน

. ทบทวนกฎระเบียบต่าง ๆ ให้มีผลเอื้อต่อการสนับสนุนแผนงานต่าง ๆ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

 

 

 

แบบเสนอผู้ทรงภูมิปัญญาเพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ

เป็น”ครูภูมิปัญญาไทย” รุ่นที่.......

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา                                      ติดรูป

. ประวัติผู้ทรงภูมิปัญญา

.๑ ประวัติส่วนตัว

ชื่อ..............................................................นามสกุล......................................................... เชื้อชาติ..................สัญชาติ...................หมายเลขบัตรประชาชน............................. วัน เดือน ปีเกิด.......................อายุ.........ปี ภูมิลำเนา (บ้านเกิด)............................. ที่อยู่ปัจจุบัน (ที่สามารถติดต่อได้)

บ้านเลขที่..............หมู่ที่............ตำบล/แขวง................................................................. อำเภอ/เขต................................จังหวัด............................รหัสไปรษณีย์...................... โทรศัพท์..................................................โทรศัพท์มือถือ................................................ สถานที่ทำงาน....................................................โทรศัพท์.............................................. วุฒิการศึกษา/ระดับการศึกษา

.............................................................................................................................................

.............................................................................................................................................

.๒ ประวัติครอบครัว

ชื่อบิดา....................................................ชื่อมารดา......................................................... อาชีพบิดา..............................................อาชีพมารดา.................................................... เป็นบุตรคนที่........................................ในจำนวนพี่น้อง...........................คน

(ถ้าเสียชีวิตแล้วระบุด้วย)

 () ชื่อ-นามสกุล........................................อาชีพ...................................................

() ชื่อ-นามสกุล........................................อาชีพ..................................................

() ชื่อ-นามสกุล........................................อาชีพ...................................................

ฯลฯ

ชื่อสามี/ภรรยา...............................(นามสกุลเดิมของสามี/ภรรยา.........................)

อาชีพ................................................................................................................................

............................................................................................................................................

บุตร (ชาย).........................(หญิง)......................คน รวมทั้งหมด............... คน

ได้แก่ (ระบุชื่อ)

() ชื่อ-นามสกุล..........................................อาชีพ.................................................

() ชื่อ-นามสกุล..........................................อาชีพ ................................................

() ชื่อ-นามสกุล..........................................อาชีพ ................................................

. ประวัติชีวิตและผลงาน

.๑ ความเชี่ยวชาญภูมิปัญญาด้าน (เขียนเครื่องหมาย / ใน 0 เพียงด้านใดด้านหนึ่ง แห่งเดียวที่เสนอขอเท่านั้น)

    เกษตรกรรม

    อุตสาหกรรมและหัตถกรรม

    การแพทย์แผนไทย

    การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    กองทุนและธุรกิจชุมชน

    ศิลปกรรม

    ภาษาและวรรณกรรม

    ปรัชญา ศาสนา และประเพณี

   โภชนาการ

หมายเหตุ : แบบเสนอฯ นี้ ท่านสามารถจัดทำใหม่ได้ เพื่อให้มีพื้นที่กรอก

ข้อมูลอย่างเพียงพอ และสั่งพิมพ์ได้ที่เว็บไซต์ http://www.onec.go.th

.๒ ชีวิตวัยเด็ก (ได้รับความรู้ที่มีความเชี่ยวชาญในข้อ ๒.๑ มาอย่างไร โปรดอธิบายอย่างละเอียด)

.................................................................................................................................

. ประสบการณ์การทำงานด้านที่เชี่ยวชาญ

.๑ ด้านที่เชี่ยวชาญเฉพาะ (ระบุความรู้และประสบการณ์การทำงานด้านที่เสนอขอตามข้อ ๒.)

เรื่อง

....................................................................................................................................

.๒ ระยะเวลาในการทำงานด้านที่มีความเชี่ยวชาญ (ระบุระยะเวลาใน การทำงาน/การถ่ายทอดความรู้)

....................................................................................................................................

.๓ การถ่ายทอดและการพัฒนาการถ่ายทอดความรู้ (ระบุรูปแบบวิธีการ ถ่ายทอด/การพัฒนาการถ่ายทอด)

....................................................................................................................................

.๔ ผู้รับการถ่ายทอดความรู้ในระบบโรงเรียน/นอกระบบโรงเรียน/ตามอัธยาศัย จำนวน.......................คน

.๕ ผู้รับการถ่ายทอดนำความรู้ไปใช้ จำนวน.......................คน

ได้แก่..........................................................................................................................

.๖ การสร้างเครือข่ายและการเผยแพร่ความรู้ (มีการสร้างเครือข่ายหรือไม่/ อย่างไร/ จำนวนกี่คน/ เครือข่าย)

  ไม่มี

๐ มี (โปรดระบุ)............................................................................................

 () เครือข่ายชื่อ......................................................จำนวน............ คน

 () เครือข่ายชื่อ......................................................จำนวน........... คน

 () เครือข่ายชื่อ......................................................จำนวน.......... คน

.๗ ประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญอื่น ๆ

....................................................................................................................................

....................................................................................................................................

. ผลงานที่ปรากฏ

.๑ ผลงาน (ที่มีความเชี่ยวชาญในข้อ ๒.) เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหา และพัฒนาสังคม

ได้แก่ เรื่อง....................................... เผยแพร่ที่ ................................................ เรื่อง....................................... เผยแพร่ที่ ...............................................เรื่อง....................................... เผยแพร่ที่ ...............................................เรื่อง....................................... เผยแพร่ที่ ............................................

.๒ ผลงานที่ริเริ่มสร้างสรรค์ (ระบุจุดเด่นของผลงานที่แตกต่างจากผลงาน ของผู้อื่น)

....................................................................................................................................

....................................................................................................................................

.๓ ผลงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในสังคม (โปรดระบุในระดับชุมชน/ ท้องถิ่น/ อำเภอ/ ประเทศ)

.....................................................................................................................................

....................................................................................................................................

. เครื่องราชอิสริยาภรณ์/ เกียรติคุณ/ รางวัลที่เคยได้รับ

......................................................................................................................................................

. ให้เขียนเรียงความเล่าถึงประวัติชีวิตและการทำงานอย่างละเอียด

(ไม่จำกัดความยาวของหน้ากระดาษ)

*** ต้องระบุข้อมูลในข้อนี้เพื่อประกอบการพิจารณา***

......................................................................................................................................................

. ความคิดเห็นของผู้เสนอ (กรณีที่ไม่ใช่การเสนอชื่อตัวเอง)

......................................................................................................................................................

. ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่น (ถ้ามี) คือ...............................................

ชื่อ–นามสกุล................................... ตำแหน่ง......................... โทรศัพท์....................... โทรศัพท์ (บ้าน)................................. โทรศัพท์(มือถือ)..................................................

. ชื่อ-ที่อยู่ของผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

.๑ ชื่อ –นามสกุล........................ ตำแหน่ง....................... โทรศัพท์..........................

.๒ ชื่อ –นามสกุล........................ ตำแหน่ง........................โทรศัพท์..........................

.๓ ชื่อ –นามสกุล........................ ตำแหน่ง........................โทรศัพท์..........................

๑๐. เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา

๑๐.๑ ภาพถ่ายสีหรือขาวดำของผู้ได้รับการเสนอชื่อ (ไม่รับพิจารณาภาพถ่าย เอกสาร)

๑๐.๒ เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา เช่น

• ภาพถ่ายผลงานหรือการปฏิบัติงานอย่างน้อย ๕ ภาพ

• เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ในการพิจารณา เช่น หนังสือ CD รวบรวมผลงานต่าง ๆ ฯลฯ

ได้ตรวจสอบแล้ว ขอรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวข้างต้นถูกต้องตรงกับความเป็นจริงทุกประการ

(ลงชื่อ)...................................ผู้ทรงภูมิปัญญา                     (ลงชื่อ)....................................... ผู้เสนอ

(.................................................................)                              (.......................................................)

วันที่.........เดือน...............................                                    วันที่.........เดือน.............................

 

 

ข้อมูลของผู้เสนอ (กรณีที่ไม่ใช่การเสนอชื่อตนเอง)

ชื่อผู้เสนอ................................................นามสกุล.................................อายุ...............ปี

อยู่บ้านเลขที่..........หมู่ที่............บ้าน.........................ตำบล/แขวง...............................

อำเภอ/เขต.................................จังหวัด............................รหัสไปรษณีย์......................

อาชีพหรือตำแหน่งงาน...................................................................................................

..............................................................................................................................................

สถานที่ทำงาน....................................................................................................................

ตำบล/แขวง...................................................อำเภอ/เขต...............................................

จังหวัด..................................................................รหัสไปรษณีย์......................................

โทรศัพท์...........................................โทรสาร...............................มือถือ..........................

 

แผนที่การเดินทาง

กรุณาเขียนแผนที่การเดินทางไปยังที่อยู่ปัจจุบันของผู้ทรงคุณปัญญาที่สามารถติดต่อได้ให้ละเอียด

 

 

 

ให้วาดแผนที่ในกระดาษ a  ให้ละเอียดให้คณะประเมินสามารถเดินทางมาถึงบ้านท่านได้

 

ต่อจากนี้ก็เป็นภาคผนวก ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานยืนยันในการเขียนรายงานข้างต้นโดยจัดเรียงตามลำดับ

จบแบบรายงานเสนอเพียงเท่านี้นะครับ ให้จัดทำเป็นรูปเล่มมั่นคงแน่นหนาด้วยนะครับ

 

 

ข้อเสนอแนะในการจัดทำแบบรายงาน

๑.เขียนข้อมูลตามแบบฟอร์มให้ละเอียดที่สุด มีความชัดเจน ต่อเนื่อง และสมบูรณ์ในตัวเอง

๒ ชีวิตวัยเด็ก (ได้รับความรู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มาอย่างไร โปรดอธิบายอย่างละเอียด)

                ให้เขียนรายละเอียดตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน บอกระยะเวลาศึกษาเล่าเรียนในวันเดือนปีว่าเรียนเมื่อใด กับใคร ที่ไหน อย่างไร

. ประสบการณ์การทำงานด้านที่เชี่ยวชาญ

                ให้เขียนอธิบายการทำงานย้อนหลังห้าปี ว่าทำอะไรบ้าง(อาจทำงานหลายอย่างหลายด้าน)  มีคุณประโยชน์ต่อตนเอง สังคม ประเทศชาติอย่างไรจนถึงปัจจุบันโดยเรียงลำดับแต่ละปี มีตำแหน่งหน้าที่อะไรในสังคมให้บอกด้วย

๔. ด้านที่เชี่ยวชาญเฉพาะ (ระบุความรู้และประสบการณ์การทำงานด้านที่เสนอขอ)

                บอกองค์ความรู้ว่าเก่ง หรือเชี่ยวชาญอย่างไร แตกต่างจากคนอื่นอย่างไรเช่น  เทศน์มหาชาติได้ทุกทำนองแล้วยังแต่งตำราการฝึกเทศน์ได้อีกด้วย,  เล่นคนตรีได้ไพเราะสามารถแยกทางดนตรีเพื่อให้เกิดความไพเราะซึ่งไม่เหมือนใครนอกจากนี้ยังแต่งเพลง ทำนองเพลงได้........เพลง,    ข้อนี้ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของความเชี่ยวชาญทั้งเก้าด้านซึ่งไม่เหมือนกัน ให้เขียนความรู้ที่เกี่ยวข้องกับความเชี่ยวชาญเพื่อเป็นพื้นฐานสนับสนุนว่าเรามีความรู้ที่เชี่ยวชาญที่ตกผลึกแล้วจริง ๆ

๕. ระยะเวลาในการทำงานด้านที่มีความเชี่ยวชาญ (ระบุระยะเวลาใน การทำงาน/การถ่ายทอดความรู้)

                บอกระยะเวลาในการทำงานย้อนหลังห้าปี ว่าทำงานอะไร อย่างไร ได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับใครบ้าง(ซึ่งบางข้ออาจซ้ำกับเบื้องต้นไม่เป็นไร)

๖. การถ่ายทอดและการพัฒนาการถ่ายทอดความรู้ (ระบุรูปแบบวิธีการ ถ่ายทอด/การพัฒนาการถ่ายทอด)

                                บอกขั้นตอนการถ่ายทอดความรู้ให้ละเอียดว่าเริ่มต้นอย่างไร  สอนหรือฝึกอะไร การเริ่มต้นหรือปูพื้นฐานความรู้มีวิธีการอย่างไร วัดผลหรือทดสอบอย่างไร มีการติดตามผลการเรียนรู้หรือการนำไปใช้รายใดหรือกลุ่มใดบ้าง

                บอกการพัฒนาการถ่ายทอดเช่น จากการบรรยายปากเปล่า  มาใช้อุปกรณ์ประกอบการสอน ต่อมาใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย เช่นโปรเจตเตอร์ รวมถึงการฝึกปฎิบัติจริง  ฯลฯ 

                บอกการถ่ายทอดของครู  อาจถ่ายทอดโดยสื่อหนังสือพิมพ์   วารสาร  วิทยุ โทรทัศน์ การเป็นวิทยากรให้หน่วยงาน กลุ่มคน ฯลฯ  ก็ได้ ให้เขียนโดยละเอียด

๗.ผู้รับการถ่ายทอดความรู้ในระบบโรงเรียน/นอกระบบโรงเรียน/ตามอัธยาศัย จำนวน.......................คน

                ระบบโรงเรียนคือโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนเอกชน , มหาวิทยาลัย ฯลฯ

                นอกระบบโรงเรียนคือ การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)

                ตามอัธยาศัยคือ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ เยาวชนโดยทั่วไป การจัดศูนย์เรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นต้น

                ให้เขียนเรียงลำดับในแต่ละปี แต่ละประเภทโดยละเอียดด้วย

๘.ผู้รับการถ่ายทอดนำความรู้ไปใช้ จำนวน.......................คน

                บอกกลุ่มคนหรือบุคคลที่นำความรู้ไปใช้ หรือต่อยอด เช่น  กลุ่ม....นำความรู้ไปจัดตั้งวงดนตรีประกอบอาชีพได้, รวมกลุ่มผลิตงานหัตถกรรมได้,  กลุ่ม....สามารถนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาได้ ฯลฯ

๙.การสร้างเครือข่ายและการเผยแพร่ความรู้ (มีการสร้างเครือข่ายหรือไม่/ อย่างไร/ จำนวนกี่คน/ เครือข่าย)

                ควรมีกลุ่มคน โรงเรียน หน่วยงาน ที่เราได้ให้ความรู้และพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ให้ถือว่าเป็นเครือข่าย บอกให้ละเอียด

. ผลงานที่ปรากฏ

                ทำอะไรบ้างจนเป็นที่ยอมรับ หรือเป็นประโยชน์ต่อสังคม

ผลงาน (ที่มีความเชี่ยวชาญ

) เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหา และพัฒนาสังคม

                ให้บอกเป็นข้อ ๆ เป็นเรื่อง ๆ  ในแต่ละเรื่องให้บอกด้วยว่าแก้ปัญหาอะไร หรือพัฒนาสังคมอย่างไร

๒)ผลงานที่ริเริ่มสร้างสรรค์ (ระบุจุดเด่นของผลงานที่แตกต่างจากผลงาน ของผู้อื่น)

                บอกเคล็ดลับหรือทักษะพิเศษที่ไม่เหมือนคนอื่น  อาจเป็นสิ่งที่ค้นพบหรือได้รับการพัฒนาต่อยอดจนเกิดผลดีมีคุณประโยชน์    ข้อนี้จะบ่งบอกความเชี่ยวชาญ มีองค์ความรู้ควรแก่การยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทยหรือไม่

.๓ ผลงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในสังคม (โปรดระบุในระดับชุมชน/ ท้องถิ่น/ อำเภอ/ ประเทศ)

                บอกผลงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับต่าง ๆ

. เครื่องราชอิสริยาภรณ์/ เกียรติคุณ/ รางวัลที่เคยได้รับ

                บอกการได้รับพระราชทานเคื่องราชฯ เกียรติบัตร  รางวัล เรียงตาม พ.ศ.  ด้วย (เท่าที่มี ไม่ต้องกังวล)

. ให้เขียนเรียงความเล่าถึงประวัติชีวิตและการทำงานอย่างละเอียด(ไม่จำกัดความยาวของหน้ากระดาษ)

                ข้อนี้หลายส่วนซ้ำกับเบื้องต้น แต่ก็จำเป็นต้องเขียนโดยละเอียด

. ความคิดเห็นของผู้เสนอ (กรณีที่ไม่ใช่การเสนอชื่อตัวเอง)

                ควรเป็นหัวหน้าหน่วยงาน  แนวเขียนเช่น  สมควรได้รับการยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทย เพราะมีความเชี่ยวชาญเรื่อง..............................และได้นำความรู้ถ่ายทอดให้แก่.......................ก่อให้เกิดประโยชน์.....................ต่อสังคมอย่างแท้จริง ฯลฯ    เป็นต้น

. ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่น (ถ้ามี) คือ...............................................

                อาจเป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน   นายก อบต.   เจ้าอาวาส พระครู  ฯลฯ   จะรับรองสัก ๒-๓ คนก็ได้

 

๙. ภาคผนวก

                จำเป็นต้องมี    ให้ถ่ายเอกสารเรียงตามลำดับตั้งแต่ข้อแรกจนถึงข้อสุดท้าย เช่น วุฒิบัตร 

เกียรติบัตร  คำสั่ง  หนังสือเชิญเป็นวิทยากร  ภาพกิจกรรมให้บรรยายใต้ภาพด้วย หลักฐานอื่นที่สนับสนุนภูมิปัญญา สำคัญที่สุดเพื่อให้คณะกรรมการตรวจได้ง่ายคือเรียงตามหัวข้อที่รายงาน ที่เป็นอย่างนี้เพราะ กรรมการจะหาหลักฐานยืนยันตามหัวข้อรายงาน หากหาไม่พบ คะแนนก็จะเสียไป นั้นคือรายงานโดยไม่มีหลักฐาน  หลายคนพลาดเพราะเรื่องนี้  เบอรโทรติดต่อต้องชัดเจน เพื่อการสอบถามเพื่อเติมในช่วงประเมิน

 

 

ขอแนะนำเพียงนี้ก่อนนะครับ เพราะทราบว่ารุ่น ๘ มีแน่นอน  หากมีอะไรเพิ่มเติมจะหามานำเสนอเพื่อความสมบูรณ์  อนึ่งอย่าลืมค้นคว้าเพิ่มเติมในเวปไซต์  สกศ นะครับ     จากวิญญู    ไทยอู่

 

 

 

 

 

ตัวอย่างการเขียนในสาขาแพทย์แผนไทย

 

แบบเสนอผู้ทรงภูมิปัญญาเพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ

เป็นครูภูมิปัญญาไทย

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

 (     จะนำลงมาให้ดูในไม่ช้านี้นะครับ)