หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
415020 ครั้ง

เพลงในวรรณคดีไทย



คำนำ

บทเพลงอมตฉบับนี้เป็นบทเพลงที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนวรรณคดีไทย  เป็นเพลงที่มีเนื้อร้องตัดตอนมาจากเนื้อหาในวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ        ที่แต่งด้วยกลอนสุภาพ  หรือแต่งด้วยเนื้อร้องที่อิงเรื่องราวในวรรณคดีไทย     แล้วนำมาใส่ทำนอง  ซึ่งอาจเป็นทำนองเพลงไทยและทำนองเพลงไทยสากล  ทั้งนี้เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นคุณค่าและความไพเราะงดงามของวรรณคดีไทย     ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่วรรณคดีไทย     อันเป็นมรดกของวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น

ในการรวบรวมบทเพลงในวรรณคดีไทยฉบับนี้ หากมีข้อบกพร่องประการใด ข้าพเจ้ายินดีน้อมรับคำแนะนำด้วยความขอบพระคุณยิ่ง

วิญญู ไทยอู่

 

เพลงในวรรณคดีไทย

 

1.อิเหนารำพัน

                                                                                                อิเหนาเอ๋ย กรรมแล้วเอยรักเจ้าผิดหวัง

เพราะรักเขาเพ้อคลั่ง เขาชังเมินหน้าพาอดสู

ขาดยอดชู้เชยชมตรมใจไหนจะอายผู้คน

ทุกข์ใจจนหมองไหม้หลงลมใครโอ้ใจบุษบา

เจ้าเปลี่ยนคู่คลอไปชื่นเจ้าจรกา

โอ้แก้วตามนต์รักใจพาลอยไป

                                                                                                หลงรักเขา มองหาเงาแล้วเศร้าหวั่นไหว

รักหลงไหลเหมือนบ้านิจจาลืมได้โอ้ใจหญิง

แม่งามพริ้งมีมนต์วาจาเหมือนอารมณ์บุษบา

เหมือนพิมพิลาไลยหลงลมใครโอ้ใจชื่นกมล

โอ้อกอิเหนาจะเปรียบตัวเราอับจน

ใจกังวลคนรักมาเมินไปเอย.

(เนื้อหาจากเรื่องอิเหนา-รัชกาลที่2)

 

2.อิเหนารำพึง

รูปทรงวงพักตร์ลักขณา  บุษบานารี แม่งามเทียบเทวี หญิงใดใครเปรียบไม่มี สตรีศรีสุดาไฉไลเลิศลักษณ์ลาวัลย์ พริ้งเพริศเฉิดโฉมโนพรรณ สุดสรรพรรณา พักตร์ปลั่งเหมือนดังจันทรา จะเย้ยองค์อุมาเทพธิดาให้อาย

งามพร้อมมารยาท เลิศวิลาศนายนาดเยื้องกาย เนตรเจ้าชำเรืองเหมือนดังแม่นางเนื้อทราย เมื่อชมบาดชายโฉมนางแม่อายชม้ายมา วิตกอกอิเหนา ทุกวันเศร้าวิญญา รำพึงถึงบุษบา หลงรักเป็นหนักหนา ดวงยิหวาเจ้าเอย

โอ้ยอดชีวันกัลยา  บุษบาน่าเชย เจ้าอย่าโกรธเคืองเลย โฉมตรูเป็นคู่ชมเชย แม่เอยจงเมตตา เสียแรงใฝ่ฝันรัญจวน หัวอกพี่ช้ำคร่ำครวญ นวลน้องไม่เวทนา ง้องอนอ้อนวอนแก้วตา หลงนุชบุษบา กรุณาอย่าอาย

แรงฤทธิ์พิศวาส ไม่สามารถตัดรักหักไม่คลาย โอ้แม่ดูงามรักพี่ยิ่งความเสียดาย พี่ไม่กลับกลายหมายปองรูปทองน้องชม น้อยบุญวาสนา ช้ำอุราตรอมตรม วิตกหัวอกระบม อิเหนาคราวระทม ให้พี่ชมเถิดเอย

                                (เนื้อหาจากเรื่องอิเหนา  รัชกาลที่ 2 )

 

 

3.ยอดพธูเมืองแปร

                                                                โฉมควรจักฝากฟ้า                                               ฤาดิน  ดีฤา

เกรงเทพไท้ธรณินทร์                                                         ลอบกล้ำ

ฝากลมเลื่อนโฉมบิน                                                          บนเล่านาแม่

ลมจักชายชักช้ำ                                                                   ชอกเนื้อเรียมสงวน

                                                                แม่ยอดพธูเมืองแปร                                           ช่างสวยแท้งามเด่น

งามเหมือนหนึ่งจันทร์เพ็ญ                                               สมเป็นยอดนารี

พี่อยากยลโฉมเจ้า                                                                หลงรักเฝ้านิยม

แต่ต้องตรมไม่สมฤดี                                                          หรือบุญพี่จะมีไม่ถึง

                                                                                เจ้าหลับเอนกายสยายเกศา ยั่วอุราให้ข้าตลึง

อกแม่งอนเต่งตึงงามประหนึ่งอุบล

แม้ยามห่างน้องหมองหม่น

จะฝากหน้ามลพี่ขัดสนจนใจ

                                                                โฉมเอยแม่งามลักขณา                                       หรือจะลอยฝากฟ้า

ข้ากลัวจะเหลิงไป                                                                จะลอยโพยม

พระพรหมท่านจะคลั่งไคล้                                               ใครเล่าจะแล

พี่ฝากกับใคร                                                                         ใจหวงไม่เหมือนดังใจแม่

                                                                รักแท้คงเมตตาหรือลองฝากท้องคงคา

พี่ยิ่งคิดพาหมองไหม้                                                         ไม่อยากให้ใครกล้ำกลาย

พี่หวงดวงใจ                                                                         หลงไหลงมงาย

รักไม่คลายเพียงหนึ่งน้องนางเดียว

(จากเรื่องผู้ชนะสิบทิศของยาขอบ)

 

 

 

 

 

 

4.ยอยศพระลอ

 

รูปดังองค์อินทร์                                   หยาดฟ้ามาสู่ดิน

โสภิณดังเดือนดวง                                              เหนือแผ่นดินสรวง

เหนือปวงหนุ่มใด                                               เหล่าอนงค์หลงสวาท

ยอมเป็นทาสรักบำเรอ                                        นามขุนลอท้าวเธอ

ทรงสถิตย์ ณ  ทรวงใน                                       ลุ่มแม่กาหลงเจ้า

                                                หรือจะเท่าครึ่งหนึ่ง                                            แม้น้อยหนึ่งน้ำหทัย

เมื่อทรงคชสาร                                                    ธ ยิ่งหาญยิ่งกล้า   ลา………

ดั่งพญาสีหราชผู้เป็นใหญ่                                 ใช่เพียงศึกรบ                      

สยบพระทรงชัย   แม้ในศึกรัก                         พระยังยิ่งใหญ่

                                                นาฏอนงค์ปลงใจใคร่อิงอุ่น                              นับล้านโลกาล้วน

                                                ไม่ควรคู่บุญ ดั่งพ่อขุน                                        แมนสรวงเอย

               

 

 

5.ผู้ชนะสิบทิศ

ฟ้าลุ่มอิรวดีคืนนี้มีแต่ดาว  แจ่มแสงแวววาว เด่นอคร้าวสว่างไสว เสียงคลื่นเร้าฤดี คืนนี้ข้าเปลี่ยวใจ เหน็บหนาวทรวงในแปลกไฉนข้าเศร้าวิญญา

ข้ามาทำศึกลำเค็ญ  เหนื่อยแสนยากเย็นไม่เว้นว่างเปล่า เพื่อศักดิ์ชาวตองอู ถึงจะตายจะอยู่ขอเชิดชูมังตรา

                                ดวงใจข้ามอบเมียขวัญ มั่นรักต่อกันกับมิ่งขวัญจันทรากุสุมายอดชู้รักเจ้าเพียงเอ็นดุไว้ชื่นชูดวงแด

                ไปรบอยู่แห่งไหน ใจคะนึงถึงเจ้า   เคยเล้าโลมโฉมแม่ ข้ากลับมาเมืองแปร มองเหลียวแลแสนเปลี่ยวเปล่าไม่มีแต่เงาข้าเฝ้าอาลัยหัวใจแทบขาด อนาถใจไม่คลาย

                เจ็บใจคนรักโดนรังแก ข้าจะเผาเมืองแปรให้มันวอดวาย จะตายให้เขาลือชาย จะให้เขาลือชายว่านามชื่อกู ผู้ชนะสิบทิศ  ผู้ชนะสิบทิศ  ผู้ชนะสิบทิศ

เนื้อหาจาก ผู้ชนะสิบทิศ  ยาขอบ)

 

 

                                                                                                                6.เป็นไปไม่ได้

 

ถ้าฉันมีสิบหน้าอย่างทศกัณฐ์  สิบหน้านั้น ฉันจะหันมายิ้มให้เธอ สิบลิ้นสิบปากจะฝากคำพร่ำเพ้อว่ารักเธอ รักเธอเป็นเสียงเดียว

ถ้าฉันมียี่สิบตาอย่างทศกัณฐ์   ยี่สิบตาของฉันจะมองเธอไม่เหลียว ยี่สิบแขนจะสวมกอดเธอผู้เดียว  ยี่สิบสีดาอย่ามาเกี่ยวไม่แลเหลียวมอง

แต่ฉันมีหน้าเดียวซีดเซียวทุกข์ทน   ด้วยความจน ความขัดสนจนเงินและทอง หนึ่งลิ้นหนึ่งปากไม่อาจจักผยอง ว่าฉันปอง ฉันปอง เธอแม้เงา

แหละฉันมีตาคู่เดียวแลเหลียวเมียงมอง อีกมือสองของฉันนั้นอาภัพอับเฉา ดาวจากสรวงหรือจะร่วงสู่ทรวงอกเรา ได้แต่ซบเซาเศร้าลำเค็ญเป็นไปไม่ได้

(เนื้อหา จากเรื่องรามเกียรติ์)

 

 

 

                                                                                                                7.น้ำตาแสงใต้

 

                                                                นวลเจ้าพี่เอย                                       คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ

ถ้อยคำเหมือนจะชวน                                        ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย

                                                น้ำตาอาบแก้ม                                                      เพียงแซมเพชรไสว

วาววับจับหัวใจ                                                     เคล้าแสงใต้งามจับตา

                                                                นวลแสงเพชร                                      เกล็ดแก้วอันล้ำค่า

คราเมื่อแสงไฟส่องมา                                       แวววามชวนชื่นชม

                                                น้ำตาแสงใต้                                                         ดื่มใจพี่ร้าวระบม

ไม่อยากพรากขวัญภิรมญ์                                  จำใจข่ม…..ใจไปจากนวล

(จากเรื่อง  พันท้ายนรสิงห์)

 

 

 

8.ไก่ฟ้า

 

                                                                                                ไก่ฟ้าเอยโสภิณ

ข้อยได้ยินสมนามว่าเจ้างามจริงหนอ

หลอกให้พระลอพบเลยก่อลำเค็ญ

เที่ยวตามยากเย็น เพราะเป็นด้วยมนต์สุดา

                                                                                                ไก่ฟ้าเอยโสภิณ

ข้อยได้ยินสมนามว่าเจ้างามจริงหนา

โอ้ขวัญตาสวยสง่าไฉน

ข้อยสู้ตามไปถึงดงแดนไพรซอกซอน

                                                                                                โศกเอยบ่เคยพบเจ้า   

ข้อยหลงแต่เงา

ข้อยเฝ้าครวญหาอาวรณ์

คิดไปใจข้อยสะท้อน

ร้าวรอนมิวายอาวรณ์อ่อนใจ

 

9.กามนิต  วาสิฏฐี

 

                                เฮ     เฮ    เฮ   ฮา   มาฟังผมว่าเรื่องหลังยังมี  จะกล่าวสุนทรเป็นกลอนลิขิต  เรื่องกามนิตกับวาสิฏฐี

                กามนิตยอดชาย จะไปค้าขายที่โกสัมพี โชคและบุญหนุนนำไปเจอสาวงามชื่อวาสิฏฐี  นางกับมิตรสหายเดาะคลีถวายองค์ลักษมี  งามในรูประหงเสมือนดังองค์เทพไท้เทวี  เนตรมาพบสบกันนวลนางไหวหวั่นในดวงฤดี  ทำให้ใจสะทกลูกคลีพลัดตกไปจากเวที  กามมนิตว่องไวกระโดดเข้ารับลูกไว้ทันที โยนไปให้นวลน้องประสานตามองสุขแสนเปรมปรีดิ์  ต่างได้รักร่วมจิตจนกามนิตกลับอุชเชนี สุดที่จะวิโยคใต้ลานอโศกที่เคยสุขี  ต่างได้น้อมสาบานจะร่วมสมานชั่วฟ้าธาตรี จึงได้จากกันไปแต่สองดวงใจโศกศัลย์โศกี

กามนิตโชคร้ายไปเจอยอดชายโจรองคุลี  ฝ่ายเจ้าสาตาเคียรก็มาพากเพียรลวงวาสิตฐี บอกว่ากามนิตได้สิ้นชีวิตในพนาลี นางจึงเศร้าหนักหนาต้องวิวาห์เพื่อชนกชนนี  กามนิตกลับมาได้เห็นแล้วพาให้ช้ำฤดี เลยต้องเสียผู้คนระทมทุกข์ทนไปทั้งสองศรี  จนวาระสุดท้ายที่ชีพสลายจึงรู้เรื่องดี เลยต้องอธิษฐานขอพบกันสุขาวดี.

(เนื้อหาจากเรื่อง  กามนิต-วาสิฏฐี)

 

 

 

 

                                                                                                10.เขมรไทรโยค

 

                                บรรยายความตามไท้  เสด็จยาตร ยังไทรโยค  ประพาส  พนาสณฑ์(เอยน้องเอย….เจ้าไม่เคยเห็น)

                ไม้ไร่หลายพันธุ์คละขึ้นปะปน  ที่ชายชน    เขาชะโงกเป็นโกรกธาร  น้ำพุพุ่งซ่า  ไหลมาฉ่าฉาน  เห็นตระการ ๆ  มันไหลจอกโครม  จอก โครม    มันไหล  จอก ๆ  จอก ๆ  โครม ๆ

                ยินปักษาซ้องเสียง เพียงประโคมเมื่อยามเย็น พยับโพยม   ร้องเรียกรัง   เสียงยูงทอง มันร้อง โด่งดัง หูเรา ฟัง ๆ   มันร้องดัง  กระโต้งฮง  มันดังก็อก ๆ  ก็อก ๆ กระโต้งฮง.

(พระราชนิพนธ์ใน  สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงค์)

 

 

 

                                                                                                                11.ความกรุณาปราณี

 

                                                                                อันความกรุณาปราณี                                          จะมีใครบังคับก็หาไม่

หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ                                        ากฝากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน

                                                                                เป็นสิ่งดีสองชั้นพลันปลื้มใจ                            แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล

เป็นกำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น                                              เจ้าแผ่นดินผู้ทรงพระกรุณา

                                                                                ประดุจทรงวราภรณ์สุนทรสวัสดิ์                     เรืองจรัสยิ่งมกุฎสุดสง่า

พระแสงทรงดำรงซึ่งอาขญา                                            เหนือประชาพสกนิกร

(จากเรื่อง  เวนิสวานิช  รัชกาลที่ 6)

 

 

 

12.คำมั่นสัญญา

 

                                                ถึงม้วยดิน                                             สิ้นฟ้า                    มหาสมุทร

ไม่สิ้นสุด                                               ความรัก                 สมัครสมาน

แม้อยู่ใน                                                ใต้หล้า                   สุธาธาร

ขอพบพาน                                            พิศวาส                   ไม่คลาดคลา

                                                                แม้เนื้อเย็น                            เป็นห้วง                มหรรณพ

พี่ขอพบ                                                 ศรีสวัสดิ์                เป็นมัจฉา

แม้เป็นบัว                                             ตัวพี่                        เป็นภุมรา

เชยผกา                                                  โกสุม                     ปทุมทอง

                                                                แม้เป็นถ้ำ                              อำไพ                      ใคร่เป็นหงส์

จะร่อนลง                                              สิงสู่                        เป็นคู่สอง

ขอติดตาม                                              ทรามสงวน           นวลละออง

เป็นคู่ครอง                                            พิศวาส                   ทุกชาติไป

(จากเรื่องพระอภัยมณี - สุนทรภู่)

 

13.ชมป่า

 

                                                                                                มาลี………………..

ดอกดังสีบานเย็นเห็นหรือไม่

ผีเสื้อร้อนว่อนอยู่ดูวิไล

งามกระไรหนอผีเสื้อช่างเหลืองาม

                                                                                                กินอะไรเกิดที่ไหนผีเสื้อเอ๋ย

อย่าปิดเลยตอบต่อที่ข้อถม

น้องจะได้ไปเกิดไปกินตาม

ให้อร่ามเหมือนผีเสื้อเหลือสวยเอย.

(จากเรื่องเงาะป่า- รัชกาลที่5)

 

 

14.ที่รัก

 

                                                                                                นานแล้วพี่หลงพะวงมิหน่าย

นานแล้วพี่หมายจะได้ภิรมณ์

นานแล้วที่รักคอยจักขื่นขม

นานแล้วรักเพียงลมลมตรมเช้าค่ำ

                                                                                                ที่รักนะรักแต่ใจมิกล้า

ที่ช้านะช้าไม่กล้าเผยคำ

ที่คิดนะคิดเพราะกลัวจะช้ำ

เอ่ยคำแล้วเจ้าจะทำช้ำใจ

                                                                                                อย่าเหมือนน้ำค้างพราวพร่างไพรพฤกษ์

พอยามดึกเหมือนดังจะดื่มกินได้

พอรุ่งรางก็จางหายไป

รู้แน่แก่ใจได้แต่ระทมชีวี

                                                                                                ที่รักนะรักเพราะเทพเสริมส่ง

ที่หลงนะหลงเพราะเจ้าแสนดี

ที่หวงนะหวงเพราะสวยอย่างนี้

กลัวใครเขามาแย่งพี่ไปเอย

(จากนิราศพระบาท ของ  สุนทรภู่)

 

15.บังใบ

                                                                ได้ยินคำสำเนียงเสียงเสนาะ             แสนไพเราะรสรักเป็นหนักหนา

เหมือนยินเสียงหงส์ทองที่ฟ่องฟ้า                  กล่อมสุนทรวอนว่าน่ายินดี

ถึงแม้ว่าจะสนิทนิทรา                                        ก็ผวาเมื่อสดับตรับเสียงพี่

ถึงดิฉันร้อนรุ่มกลุ้มฤดี                       เสียงเหมือนทิพย์วารีมาประพรม

แต่โอ้ว่าอนิจจาได้กินหวาน                               มิช้านานก็ต้องกลืนทั้งขื่นขม

พอพี่ไปใจน้องต้องระทม                                  ยิ่งมาชมก็ยิ่งช้ำระกำใจ.

 ( จากเรื่อง  วิวาห์พระสมุทร รัชกาลที่  6)

 

 

16.ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ

ชนใดไม่มีดนตรีการ

ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก

อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ

เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์

หรืออุบายมุ่งร้ายฉมังนัก

มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี

และดวงใจย่อมดำสกปรก

ราวนรกเช่นกล่าวมานี่

ไม่ควรไว้ใจใครในโลกนี้

เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ.

( จากเรื่อง  เวนิสวานิส -  รัชกาลที่ 6 )

 

17.แม่ศรีเรือน

 

แม่ศรีเอยแม่ศรีเรือน

น้องเป็นทั้งเพื่อนและเมียที่รักบูชา

ยามผัวกลับจากงานคืนสู่บ้านเคหา

เหย้าเรือนงามตาเหนื่อยมาหายคลายอาทร

แม่ศรีเอยแม่ศรีนวล

น้องมีครบถ้วนสิ่งควรผู้หญิงสังวร

ปรนนิบัติผัวดีโดยไม่มีแง่งอน

เรื่องกินหลับนอนไม่เคยเดือดร้อนอะไร

สมเป็นยอดหญิงมิ่งมิตรเมียดี

เทิดทูนศักดิ์ศรีแห่งกัลยาณีได้

ร้อยชู้หรือจะสู้เมียรักร่วมใจ

แม่ศรีทรามวัยพี่รักจิตใจเธอจริง

แม่ศรีเอยแม่ศรีใจ

สินทรัพย์นับได้เก็บออมเผื่อไว้ดียิ่ง

ยามเมื่อยากอับจนทนร่วมอยู่แอบอิง

ไม่เคยทอดทิ้งกอดคอร่วมทุกข์กันไป.

(คำร้อง ไพบูลย์บุตรขัน)

 

 

18.ลาวดวงเดือน

โอ้ละหนอดวงเดือนเอย

พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง

โอ้ดึกแล้วหนอพี่ขอลาล่วง

อกพี่เป็นห่วงรักเจ้าดวงเดือนเอย

ขอลาแล้วเจ้าแก้วโกสุม

พี่นี้รักเจ้าหนอขวัญตาเรียม

จะหาไหนมาเทียม

โอ้เจ้าดวงเดือนเอย

หอมกลิ่นเกสร                     เกสรดอกไม้

หอมกลิ่นคล้าย                                     คล้ายเจ้าสูของเรียมเอย

หอมกลิ่นกรุ่นครัน                              หอมนั้นยังบ่เลย

เนื้อหอมทรามเชย                               เราละหนอ.

(พระนิพนธ์  กรมหมื่นพิชัยมหิทโรดม)

 

19.เสี่ยงเทียน

 

อ้าองค์พระพุทธาปฏิมาข้าน้อมเศียร

เทพประจำแสงเทียนฟังข้าเสี่ยงเทียนวันทา

ด้วยกุศลผลกรรมขอจงโปรดนำให้สมอุรา

ขอความปรารถนาของข้าสมดังสัจจาที่ว่าไว้

มาตรแม้นรักข้าชื่นชมสุขสมสมาน

เทียนจงโชติชัชวาลดังคำอธิฐานทันใด

ถ้าหากรักของข้าถึงต้องอัปราสลายไป

แสงเทียนสดใสจงดับลับไปต่อหน้าบัดนี้เทอญ.

(จากเรื่อง อิเหนา    รัชกาลที่ 6  )

 

 

20. สาส์นรัก

ในลักษณ์นั้นว่าน่าประหลาด

เป็นเชื้อชาตินักรบกลั่นกล้า

เหตุไฉนย่อท้อรอรา

หรือจะกล้าแต่เพียงวาที

เห็นแก้วแวววับที่จับจิต

ไยไม่คิดอาจเอื้อมให้ถึงที่

เมื่อไม่เอื้อมจะได้อย่างไรมี

อันมณีหรือจะโลดไปถึงมือ

อันของสูงแม้ปองต้องจิต

ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ

มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ

หรือแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม

ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง

คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม

ดูแต่ภูมรินเที่ยวบินตอม

จึงได้ดอมดมกลิ่นสุมาลี

(จากเรื่อง  ท้าวแสนปม  - รัชกาลที่  6)

 

21.สาวเครือฟ้า

 

หมู่เฮาเอย ฟังข้าเจ้าเผยวาที ก่อนเคยมีสาวงามที่ชื่อเครือฟ้า ผู้ชายชาวใต้แอ่วมา ชื่อว่า ร้อยตรีพร้อม  ได้เครือฟ้าจนสมอุรา ดมดอม แล้วเปิ้นจากไปทิ้งให้สาวตรอม สาวซื่อมิยอมผูกพันชายใด

สิ้นวาสนา สาวเอยเครือฟ้าจึงลาตาย ชีพวางวายมั่นความสัตย์ไว้ยิ่งเหลือนี่คือน้ำใจสาวเหนือ ดุจเกลือรักษาความเค็ม หนุ่มชาวใต้อย่าใช้ความรักเป็นเกม รูปหล่อปากหวานระรานเลาะเล็ม เห็นหญิงเป็นเกมแห่งการกีฬา

สาวเหนือเอ๋ย สาวเอยฟังข้าเจ้าว่า สงวนใจกันไว้บ้างนา ใจอ่อนเกินไปจะหมดท่า ดังแม่ปิงไหลบ่กลับมา  ดังสาวเครือฟ้าอาดูร

(จากบทละครเรื่อง สาวเครือฟ้า   พระนิพนธ์ในกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์)

 

22.  สามัคคี

เราเกิดมาแล้วชาติหนึ่ง

ควรคำนึงถึงชาติศาสนา

ไม่ควรให้เสียทีที่เกิดมา

ในหมู่ประชาชาวไทย

แม้ใครตั้งจิตรักตัว

จะมัวนอนนิ่งอยู่ไฉน

ควรจะร้อนอกร้อนใจ

เพื่อให้พรั่งพร้อมทั่วตน

ชาติใดไร้รักสมัครสมาน

จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล

แม้ชาติย่อยยับอับจน

บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร

(จากเรื่องสามัคคีรัชกาลที่   6)

 

 

 

23.ศึกบางระจัน

                                                                                                ศึกบางระจันจำให้มั่นพี่น้องชาติไทย

เกียรติ์ประวัติสร้างไว้แต่ชนชาติไทยรุ่นหลัง

แม้ชีวิตอุทิศคราชาติอับปาง

เลือดไทยต้องมาไหลหลั่งทั่งพื้นแผ่นดินทอง

                                                                                                ไทยคงเป็นไทยมิใช้ชาติเป็นเชลย

ไทยมิเคยถอยร่นชนชาติศัตรู

บางระจันแม้สิ้นอาวุธจักสู้

สองดาบฟาดฟันศัตรูสู้จนชีพตนมลาย

                                                                                                ตัวตายดีกว่าชาติตาย

เพียงเลือดหยาดสุดท้ายขอให้ไทยคงอยู่

แดนทองของไทยมิใช่ศัตรู

แม้ใครรุกรานต้องสู้เพื่อกู้แหลมถิ่นไทยงาม

 

 

 

 

24          ชั่วนิจนิรันดร์

 

                                ฉันรักเธอแม้เทียบเสมอกับดวงชีวิต  รักเธอชั่วนิจนิรันดร   แม้ตัวห่างไกลใจก็หวงห่วงนิวรณ์

ถึงแม้ม้วยมรณ์ไม่ถอนรักที่มี

                รักฉันมั่น เหมือนดวงตะวันมั่นรักฝากฟ้า รักดังหมู่ปลารักวารี เหมือนดังกับแหวนแสนจะรักแก้วมณี

เหมือนขุนคีรีสวาทพื้นดินเดียวกัน

                มากมายดังกับห้วงมหรรณพ  มิรู้จบดังกับมีทำนบกั้น  แต่มั่นคงเหมือนดังสิงขรซ้อนแผ่นดินนั้น ทั้งความซื่อสัตย์มัดใจคงมั่น ดังดวงตะวันซื่อสัตย์ต่อฟ้า

                ฉันรักเธอแท้จริงเสมอไม่ลวงให้หลง    รักฉันมั่นคงดังวาจา เห็นใจเถิดหนอขอมอบไว้ให้สัญญา ฉันจะบูชาชั่วนิจนิรันดร…..   ชั่วนิจนิรันดร.

(มาจากเรื่อง   พระอภัยมณี    สุนทรภู่)

 

 

 

25. บุษบาอธิฐาน

 

ลูกจุดเทียนอธิฐาน  บนบานทวยเทพไท  วอนคุณพระรัตนตรัย ฟังคำพร่ำขานไข เทียนเล่มนี้คือชีวิต แม้โชติโสภิต โปรดช่วงชัชวาล แม้ลูกโชคร้ายเพียงวายปราณ พระพายจงปาฏิหารย์  ดับเทียนลูกนั้นทันใด

พรหมบันดาลสวรรค์ลิขิต  ในอดีตแห่งชีวิตลูกนี้ มีแต่ตรมขื่นขมทวี นานปีไม่มีแจ่มใส  ลูกผิดหวังลูกร่ำไห้ หมายใดมุ่งมาดกลับพลาดไป น้ำตาหยดย้อยแต่น้อยจนใหญ่ มิมีผู้ใดเยื่อใยเวทนา

กลิ่นธูปควันเทียนที่ในกระถาง บัวน้อยที่วางหน้าพระประธาน ลูกสังเวยบวงสรวงอธิฐาน นำเสียงบนบานไปสู่พระพรหม พระสร้างลูกไว้ในโลกกว้าง พบความอับปางแทบสิ้นลม เมื่อไรจะพ้นความระทม พระหัตถ์แห่งพรหมโอบอุ้มลูกที

เทียนเสี่ยงทายประกายวับแวม ไม่แอร่มแจ่มหวลโหย ลมสงัดไม่มีพัดโชยโบยต้องให้หมองศรี กรรมแต่หลังยังไม่นับ แสงเทียนไม่ดับแต่ริบหรี่แสงเทียนอยู่ยั้ง หวังยังมี ขอให้โชคดีสักวันคงมา

 

26. พระลอตามไก่

 

ปู่กระสันถึงไก่ในไพรพฤกษ์  ปู่รำลึกถึงไก่ไก่ก็มา บ่ฮู้กี่คณากี่หมู่ ปู่เลือกได้ไก่ตัวงาม ทรวงทรามวัยทรามแรง

สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายงามระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมลายลงหงสบาท

ขอบตาชาติพะพริ้ง สิงคลิ้งหงอนพรายพรรณ ขานขันเสียงเอาใจ   เดือยหงอนใสสีลำยอง สองเทียมนพมาศ ปานฉลุชาดทารงค์

ปู่ก็ใช้ให้ผีลง ผีก็ลงแก่ไก่ ไก่แก้วไซร้บ่มิกลัว ผลุกผกหัวองอาจ ผาดผันตีปีกป้อง ร้องเรื่อยเฉื่อยฉาดฉาน เสียงขันขานแจ้วแจ้ว  ปู่สั่งแล้วทุกประการ บ่มินานผาดโผนผยอง โลดลำพองคนองบ่หึง มุ่งถั่นถึงพระเลืองลอ ยกคอขันขานร้อง ตีปีกป้องผายผัน ขันเรื่อยเจื้อยไจ้ไจ้แล้วไซ้ปีกไซ้หาง โฉมสำอางสะอาด กรีดปีกวาดเวียดเข้า คอยล่อพระลอเจ้าจักต้องดำเนินมา

(จากเรื่อง  ลิลิตพระลอ)

 

27. ลาวเจริญศรี

อายุเยาว์วเรศรุ่นเจริญศรี

พระเพื่อนพี่แพงน้องสองสมร

งามองค์งามทรงอ่อนช้อย

ดังอับสรหยาดฟ้าลงมาเอย

(ซ้ำ)แม่คุณเอ๋ยข้อยบ่เคยพบเจ้า

สองนางลำเพ สูเจ้างมตา

สาวใดไป่เหมือนสองเพื่อนแพงนา

แต่ข้อยดูมา ลักษณาบ่ปาน

จะหางามสามโลกก็เหลือหา

สมเป็นนางพญาที่สูงสุด

ไม่ควรคู่ผู้ใดในมนุษย์

ควรสมมุติแต่กษัตริย์ขัตติยา

(จากเรื่อง    ลิลิตพระลอ )

 

 

 

28. เหมือนไม่เคย

 

เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง

นกบินเฉียงไปทั้งหมู่

ตัวเดียวมาไร้คู่

เหมือนพี่อยู่เพียงเอกา

ร่ำร่ำใจรอนรอน

อกสะท้อนอ่อนใจข้า

ดวงใจไยหนีหน้า

โถแก้วตามหมางเมิน

รู้ไหมใครซ้ำเท่า

เหมือนพี่เศร้าเจ้าห่างเหิน

เคยแนบแอบอกเพลิน

กลับหมางเมินเหมือนไม่เคย

แจ้วแจ้วจำนรรจา

ยกดินฟ้ามาอ้างเอ่ย

แรมรามาละเลย

เหมือนไม่เคยเลยหรือไร

(ดัดแปลงจากกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง)

 

29.กาเรียนทอง

เหลือบเห็นกวางขำดำขลับ

งามสรรพสะพรั่งดังเลขา

งามเขาเป็นกิ่งกาญจนา

งามตานิลรัตน์รูจี

คอก่งเป็นวงราววาด

รูปสะอาดราวนางสำอางศรี

เหลียวหน้ามาดูภูมี

งามดังนารีชำเลืองอาย.

(จากเรื่อง ศกุนตลา - รัชกาลที่  6 )

 

 

 

 

30. หนึ่งในร้อย

พราวแพรวอันดวงแก้วแวววาม

สดสีงามหลายหลากมากนามนิยม

นิลกาฬมุกดาบุษราคัมคม

น่าชมว่างามเหมาะสมดี

เพชรน้ำหนึ่ง งามซึ่งพึงเป็นยอดมณี

ผ่องแผ้วสดสี

เพชรดีมีหนึ่งในร้อยดวง

ความดีคนเรานี้ดีใด

ดีน้ำใจมีให้แก่คนทั้งปวง

อภัยรู้แต่ให้ไปไม่หวง

เจ็บทรวงหน่วงใจให้รู้ทน

รู้กลืนกล้ำ  เลิศล้ำความเป็นยอดคน

ชื่นชอบตอบยล

ร้อยคนมีหนึ่งเท่านั้นเอย.

(คำร้อง   สง่า อารัมภีร์)

 

31. เกิดมาพึ่งกัน

เกิดเป็นคนอย่าเห็นแก่ตนแหละดี                   ถึงจะมีร่ำรวยสุขสันต์

จนหรือมีไม่เป็นที่สำคัญ                                                    แม้นรักกันพึ่งพาอย่าไปตัดไมตรี

เกิดมาพึ่งกันผิวพรรณใช่แบ่งศักดิ์ศรี                              วันนี้เราอยู่คิดดูให้ดี

ถึงจะจนจะมีอย่าไปสร้างเวรกรรม                                  ขืนไปทำชั่วไปอาจต้องใช้เวรกรรม

อย่างมงายโลกหลง                                             เพราะคงจะเกิดลำเค็ญ

สร้างบุญพระท่านคงเห็น                                                  ร่มเย็นพ้นความกังวล

ถึงวิบัติขัดสนผลบุญนำให้                                 ศีลธรรมมั่นใจ

ไม่ต้องไปกังวล                                                                    ถึงจะมีจะจนเกิดกุศลดลใจ

พฤษภกาษร                                                          อักกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง                                                                   สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย                                                     มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี                                                                                     ประดับไว้ในโลกา

(สมเด็จพระมหาสมณเจ้า   กรมพระปรมานุชิตชิโนรส)

 

32. คิดถึง

จันทร์กระจ่างฟ้า                                 นภาประดับด้วยดาว

โลกสวยราวเนรมิต                                             ประมวลเมืองแมน

ลมโชยกลิ่น                                                          มาลากระจายดินแดน

เรียมนี้แสนคนึงน้องนวลจันทร์

งามใดหนอจะพอทัดเทียบเปรียบน้อง

เจ้างามต้องตาพี่ไม่มีใดเหมือน

ถ้าหากน้องอยู่ด้วยจะช่วยชมเดือน

โลกจะเหมือนเมืองแมน แม่นแล้ง

นวลเอย………

(คำร้อง   เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี)

 

33. ความรัก

.           ความเอยความรัก

เริ่มสมัครชั้นต้น      หนไหน

เริ่มเพราะเหมาะกลางหว่างดวงใจ

หรือเริ่มในสมองตรองจงดี

แรกจะเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง

อย่าอำพราง ตอบสำนวน ให้ควรที่

ใครถนอม กล่อมเกลี้ยง เลี้ยงรตี

ผู้ใดมีคำตอบ ขอบใจเอย

.            ตอบเอ๋ยตอบถ้อย

เกิดเมื่อเห็นน้องน้อยอย่าสงสัย

ตาประสบตารักสมัครไซร้

เหมือนหนึ่งให้อาหารสำราญครัน

แต่ถ้าแม้นสายใจไม่สมัคร

เหมือนฆ่ารักเสียแต่เกิดย่อมอาสัญ

ได้แต่ชวนเพื่อนยามาพร้อมกัน

ร้องรำพันสงสารรักหนักหนาเอย.

(จากเรื่อง  เวนิสวานิส    รัชกาลที่  6 )

 

 

 

34. ชื่นจิต

รื่นรื่นชื่นจิตพี่จำได้

เหมือนเมื่อไปร่วมภิรมย์สมศรี

ในสถานวิมานฉิมพลี

กลิ่นซาบทรวงพี่ไม่เว้นวาย

นิจจาเอ๋ยจากเชยมาเจ็ดวัน

กลิ่นสุคันธรสรื่นไม่เหือดหาย

ฤาว่าใครแนบน้องประคองกาย

กลิ่นสายสวาทซาบอาบอุรามา.

(จากเรื่อง  กากีคำกลอน  เจ้าพระยาพระคลังหน   ทำนองพัดชา )

 

35.ลาวครวญ

โอ้พระชนนีศรีแมนสรวง

จะโศกทรวงเสียวรู้สึกระลึกถึง

ไหนทุกข์ถึงบิตุรงค์ทรงรำพึง

ไหนโศกซึ่งถึงตูคู่หทัย

ร้อยชู้ฤาจะสู้เนื้อเมียตน

เมียร้อยคนหรือจะสู้พระแม่ได้

พระแม่อยู่เยือกเย็นไม่เห็นใคร

หรือกลับไปสู่นครก่อนจะดี

พี่เลี้ยงตรองพลางสนองพระดำรัส

เห็นชอบชัดเชิญคืนบุรีศรี

เฉลิมกรุงบำรุงประชาชี

ให้เป็นที่เกษมสุขสืบไป.

(จากเรื่อง  พระลอนรลักษณ์)

 

 

 

36.สุริยันจันทรา

ถึงกลางวัน            สุริยัน                     แจ่มประจักษ์

ไม่เห็นหน้า                          นงลักษณ์              ยิ่งมืดใหญ่

ถึงราตรี                                  มีจันทร์                  อันอำไพ

ไม่เห็นโฉม                          ประโลมใจ            ยิ่งมืดมนต์

อ้าดวง                    สุรีย์ศรี                   ของพี่เอย

                                ขอจงเผย                                หน้าต่าง                                นางอีกหน

ขอเชิญจันทร์                        แจ่มกระจ่าง          กลางสกล

เยี่ยมให้                                  พี่ยล                        เยือกอุรา.

(จากเรื่องวิวาห์พระสมุทร     ทำนองเพลงไทยสากล  รัชกาลที่   6 )

 

 

37. สุดฟากฟ้า

สุดฟากฟ้าแสนไกล ถ้าแม้นได้รักกัน  สุดฟ้านั้นสั้นนักยามรักรำพึง   ยิ่งสายลม แสงเดือน

เตือนรักให้คนึง ยิ่งคิดถึง ความหลังและคำสัญญา

ถึงสิ้นดินฟ้ามหาสมุทร                      รักเราไม่สิ้นสุดเสน่หา

จะอยู่คงคู่เคียงดินและฟ้า                  ด้วยศรัทธาสองเราคงมั่น

สุดฟากฟ้าแสนไกล                            ถ้าแม้นได้รักกัน

สุดฟ้านั้นสั้นแท้                                  แพ้ความรักเรา.

(จากเรื่อง  พระอภัยมณี  ของสุนทรภู่ )

 

38.แขกสาหร่าย

ถ้าแม้นพี่ได้ตามใจพี่                           จะไปพ้นที่นี้ก็หาไม่

จะยืนชมขวัญตาผู้ยาใจ                                       กว่าจะได้สวมกอดแม่ยอดรัก

ถ้าแม้นไม่เกลงใจบิดาเจ้า                  จะลักองค์นงเยาว์จากตำหนัก

นี่หากเกลงโฉมฉายจะอายพักตร์                     จึงจำหักใจคอยดูถ้อยที

โอ้แม่ยอดยาจิตของมิตรเอ๋ย              เมื่อไรเลยจะได้เชยชิดชม

กลิ่นหอมได้ดอมดม                                           ห่างรักหักอารมณ์

โอ้แสนระทมระทวยเอย.

(จากเรื่อง   วิวาห์พระสมุทร  -  รัชกาลที่  6  )

 

 

 

39. คลื่นกระทบฝั่ง

 

อันโดรเมดาสุดาสวรรค์                     ยิ่งกว่าชีวันเสน่หา

ขอเชิญสาวสวรรค์ขวัญฟ้า                                 เปิดวิมานมองมาให้ชื่นใจ

ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์                         ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่

ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ                                   ไม่เห็นโฉมประโลมใจยิ่งมืดมนต์

อ้าดวงสุรีย์ศรีของพี่เอย                                      ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน

ขอเชิญจันทร์แจ่มกระจ่างกลางสกล               เยี่ยมให้พี่ยลเยือกอุรา.

(จากเรื่อง วิวาห์พระสมุทร  เนื้อความที่อังเดรรำพึงถึงอันโดรเมดา  - รัชกาลที่ 6  )

 

 

 

40. ดวงใจ

โอ้ว่า                       ดวงใจ                    อยู่ไกลิบ

เหลือจะหยิบ                        มาชม                     ภิรมณ์ขวัญ

เหมือนดวงดาว                    วับวาว                    อยู่ไกลกัน

ชิดสวรรค์                              สุดเอื้อม มาเชยชม

เสียแรง                                  ชื่ออุษา                   นารี

ไยไม่มี                                   เทวา                       มาอุ้มสม

ปล่อยให้                                นางฟูมฟก            อกตรม

ร้าวระบม                              จิตใจ                       ดั่งไฟราน

อ้าองค์                                    เทวา                       สุรารักษ์

ทรงฤทธิ์                                สิทธิศักดิ์               มหาศาล

ช่วยดลใจ                               ให้ชู้                        คู่สราญ

เสียวซ่าน                               เสน่หา                   มาไวไว.

(จากเรื่อง อุณรุท  -  รัชกาลที่  6  )

 

 

 

41. ดวงจันทร์

.            ดวงจันทร์งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์

.           อย่ามาแกล้งยอฉันฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง

เมื่อเมฆขยายจันทร์จะอายท้องฟ้า

.            แต่ไม่ลอยลงมา   พี่ก็ไม่มีหวัง

.           จะหวังอะไรที่ในตัวฉัน

.            พี่รักดวงจันทร์อยู่เจียนจะคลั่ง ห่วงการข้างหน้าพะว้าพะวัง

.           แล้วยังห่วงหลังอยู่ทางเมืองโน้น

.            ดวงจันทร์งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์

.           อย่ามาแกล้งยอฉันฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง

เมื่อเมฆขยายจันทร์จะอายท้องฟ้า

.            แต่ไม่ลอยลงมา   พี่ก็ได้แต่ฝัน

.           จะฝันอะไรในตัวคนยาก

.            พี่ฝันจะฝากชีพไว้สุพรรณ

.           พอเสร็จจากทัพ คงกลับเขตขัณฑ์

.            จะมาหาดวงจันทร์ไม่ไปอื่นเลย.

(จากเรื่อง  ศึกบางระจัน)

42. ดอนเจดีย์

                                                (สร้อย)  ดอนเจดีย์ ปูชนีย์สถาน

คือองค์พยานยามศึกรุกรานมาติดนคร

องค์นเรศวรเจ้า เกณฑ์เหล่าประชากรสร้างเป็น

อนุสรณ์ ครั้งรานรอนกับรามัญ

                                                นันทบุเรง หวั่นเกลงกลัวภัย สั่งกองทัพใหญ่

ใจหมายบุกเขตขัณฑ์ องค์พระลูกยา

อุปราชายกมาโรมรันนำพลด้นดั้น

หมายใจมั่นจะคีนคร(สร้อย)

                                                นเรศวรราชาเร่งพาพลไกร

ตะลุยรบไล่ไปพันเขตสุพรรณ

จอมทัพเผ่าไทย เกียรติเกรียงไกร

รบไล่รามัญ ฟันองค์ราชันย์

เศียรสะบั้นอยู่ดอนเจดีย์.

(จากเรื่อง   ลิลิตตะเลงพ่าย)

 

 

 

43.ไทยรวมกำลัง

ไทยรวมกำลังตั้งมั่น  จะสามารถป้องกันขันแข็ง  ถึงแม้ว่าศัตรูผู้มีแรง มายุทธแย้งก็จะปลาตไป

                ขอแต่เพียงไทยเราอย่าผลาญญาติ ร่วมชาติร่วมจิตเป็นข้อใหญ่  ไทยอย่ามุ่งร้ายทำลายไทย จงพร้อมใจ

                พร้อมกำลังระวังเมือง

                                ให้นานาภาษาเขานิยม  ชมเกียรติยศฟูเฟื่อง  ช่วยกันบำรุงความรุ่งเรือง ให้ชื่อไทยกระเดื่องทั่วโลกา

                ช่วยกันเต็มใจใฝ่ผดุง บำรุงทั้งชาติศาสนา ให้อยู่จนสิ้นดินฟ้า วัฒนาเถิดไทยไชโย.

                (จากเรื่อง  พระร่วงคำกลอน  -  รัชกาลที่  6  )

 

44.ธรณีกันแสง

                                                                                                โอ้ว่าอนิจจาความรัก

                                                                                พึ่งประจักษ์ดังสายน้ำไหล

                                                                                ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไป

                                                                                ไหนเลยจะไหลคืนมา

                                                                                                สตรีใดในภิภพจบแดน

                                                                                ไม่มีใครได้แค้นเหมือนตัวข้า

                                                                                ด้วยใฝ่รักให้เกินพักตรา

                                                                                จึงมีแต่เวทนาเป็นเนืองนิจ

                                                                                                โอ้น่าเสียดายตัวนัก

                                                                                เพราะเชื่อลิ้นหลงรักจึงช้ำจิต

                                                                                จะออกชื่อลือชั่วไปทั่วทิศ

                                                                                เมื่อพลั้งผิดคิดแล้วจะโทษใคร.

                                                                                                (จากบทละครเรื่อง  อิเหนา  -  รัชกาลที่  6  )

 

45.บุษบาเสี่ยงเทียน

เทียนจุดเวียนพระพุทธา ตัวข้าบุษบาขออธิฐาน  เทียนที่เวียนนมัสการบันดาลให้หทัยสมปรารถนา  ดลจิตอิเหนาให้เขามารักข้า ขอองค์พระปฏิมาเมตตาช่วยคิดอุ้มชู

ขอเทียนที่เวียนวนดลหทัยสิงสู่ ให้องค์ระเด่นเอ็นดู อย่าได้รู้คลายคลอน

อ้าองค์พระพุทธาตัวข้าบุษบาขอกราบวิงวอน  ข้าสวดมนต์ขอพระพร วิงวอนให้หทัยระเด่นปราณี 

                รักอย่าเคลือบแฟงดังแสงเทียนริบหรี่ ขอองค์ระเด่นมนตรีโปรดมีจิตนึกเมตตา

                                ขอเทียนที่เสี่ยงทายดลให้คนรักข้า รักเพียงแต่บุษบา ดั่งข้านี้ตั้งใจ

                                                                                                                (จากเรื่อง  อิเหน  -  รัชกาลที่  2  )

 

 

 

46.บุเรงนองลั่นกลองรบ

                                ทุงยาบาเล     ทุงยาบาเล

                                เป่าปี่ตีฆ้องย่ำกลองศึกรบ จะพบคนงามด้วยความแค้นใจ จะหมายชิงชัยกุสุมา  สร้างเวรกรรมไว้

                เจ็บใจยิ่งหอเจ้าสอพินยา ข้าทนโสกาจะหมายมั่นมาบุกตะเลง

กลองศึกรัวพลันไม่หวั่นเกลง ดังเสียงเพลง ช่า ช่า ช่า  สะท้านอุราแดนฟ้าเมืองแปร บุเรงนองร้อนรุมในดวงแด ถ้ารักข้าแพ้ เป็นตายสู่กัน เกณฑ์โยธายกมาในเร็วพลัน รับมิ่งขวัญทรามวัยกุสุมา.

                (จากเรื่อง  ผู้ชนะสิบทิศ   -  ยาขอบ )

 

47.พรานล่อเนื้อ

                                                                                เจ้ายักคิ้วให้พี่เจ้ายิ้มให้พี่

                                                                เหมือนเจ้าจะมีรักอารมณ์

                                                                ยั่วเรียมให้เหงามิใช่เจ้าชื่นชม

                                                                อกเรียมก็ตรมตรมเพราะคมตาเจ้า

                                                                                เรียมพะวักพะวงเรียมคิดแล้วงง

                                                                เรียมก็คงหลงตายเปล่า

                                                                ดั่งพรานล่อเนื้อเงื้อแล้วเพ่งเล็งเอา

                                                                ยั่วใจให้เมาเมาแล้วยิงนั่นแล

                                                                                น้าวศรเล็งเพ่งเอาทุกสิ่ง

                                                                หากเจ้หมายจริงก็ยิงซิแม่

                                                                ยิงอกเรียมสักแผล

                                                                เงื้อแล้วแม่อย่าแปรอย่าเปลี่ยนใจ

                                                                                เรียมเจ็บช้ำอุราเจ้าเงื้อเจ้าง่า

                                                                แล้วเจ้าก็ลาถอยทันใด

                                                                เจ็บปวดหนักหนาเงื้อแล้วลาเลิกไป

                                                                เจ็บยิ่งสิ่งใดไยมิยิงพี่เอย.

48.พุทธานุภาพ

                                                                                พุทธานุภาพนำผล

                                                                เกิดสรรพมงคลน้อยใหญ่

                                                                เทวาอารักษ์ทั่วไป

                                                                ขอให้เป็นสุขสวัสดี

                                                                                ธรรมมานุภาพนำผล

                                                                เกิดสรรพมงคลเสริมศรี

                                                                เทพช่วยรักษาปราณี

                                                                ให้สุขสวัสดีทั่วกัน

                                                                                สังฆานุภาพนำผล

                                                                เกิดสรรพมงคลแม่นมั่น

                                                                เทเวศร์คุ้มครองป้องกัน

                                                                สุขสวัสดิสรรพทั่วไป.

(จากเรื่อง   ปล่อยแก่)

 

 

 

 

49.รักข้ามขอบฟ้า

                                                รักกันอยู่ของฟ้า                                   เขาเขียว

                                                เสมออยู่หอแห่งเดียว                          ร่วมห้อง

                                                ชังกันบ่แลเหลียว                                ตาต่อ กันนา

                                                เหมือนขอบฟ้ามาป้อง                        ป่าไม่มาบัง

                                                                รักกันอยู่ข้ามขอบฟ้า           ส่งใจมาแจ่มจีรัง

                                                เขาเขียวป่าเปลี่ยวบัง                           ดังเสมือนห้องครองรักเดียว

                                                                ชังกันผันพักตร์แล้ว            เนตรงามแพร้วหรือแลเหลียว

                                                โอ้ฟ้าป่าทิวเทียว                                  มาพรากให้ไกลจากกัน.

                                                (จากโคลงโลกนิติ  กรมพระยาเดชาดิศร)

50.ศกุนตลา

                                                ศกุนตลา                                                               นางฟ้าแมกฟ้าฤาไฉน                       

เดินดินนางเดียวเปลี่ยวใจ                                                  นางไม้แมกไม้มิได้ปาน                                                     น้ำค้างค้างกลีบกุหลาบอ่อน                                 คือเนตรบังอาหยาดหวาน                                 

โอษฐ์อิ่มพริ้มรัตน์ชัชชวาล                                               เพลิงบุญอรุณกาลผ่านทรวง

                                                ศกุนตลา                                                               นางฟ้าแมกฟ้าจกสรวง

                                คลื่นสมุทรสุดฤทัยไหวปวง                                               คือทรวงนางสะท้อนถอนใจ

                                ยอดมณีศรีศิลป์ปิ่นสวรรค์                                 หล่อหลอมจอมขวัญผ่องใส

                                คือแก้วแพรวพร่างกระจ่างใจ                                            อาบไออมฤตนิจนิรันดร์.

                                (จากเรื่อง ศกุนตลา   รัชกาลที่  6  )

51.สยามมานุสสติ

                                                                ใครรานใครรุกด้าว                              แดนไทย

                                                ไทยรบขนสุดใจ                                                   ขาดดิ้น

                                                เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล                                        ยอมสละ  สิ้นแล

                                                เสียชีพไป่เสียสิ้น                                 ชื่อก้องเกียรติงาม

                                                                หากสยามยังอยู่ยั้ง                               ยืนยง

                                                เราก็เหมือนอยู่คง                                                ชีพด้วย

                                                หากสยามพินาศลง                                             ไทยอยู่   ได้ฤา

                                                เราก็เหมือนมอดม้วย                                          หมดสิ้นสกุลไทย.

(รัชกาลที่   6  )

 

 

 

52.สีชัง

สีชังชังชื่อแล้ว                                     อย่าชัง

                                                อย่าโกรธพี่จริงจัง                                                จิตข้อง

                                                ตัวไกลจิตก็ยัง                                                       เนาแนบ

                                                เสน่ห์สนิทน้อง                                                   นิจโอ้อาดูร

                                                                สีชังชังแต่ชื่อ                                       เกาะนั้นฤาจะชังใคร

                                                ขอแต่แม่ดวงใจ                                                    อย่าชังชิงพี่จริงจัง

                                                                ตัวไกลใจพี่อยู่                                       เป็นคู่น้องครองยืนยัง

                                                ห่างเจ้าเฝ้าแลหลัง                                               ตั้งใจจิตมิตรสมาน

                                                                                สีชังชังแต่ชื่อ                                       เกาะนั้นฤาจะชังใคร

                                                ขอแต่แม่ดวงใจ                                                    อย่าชังชิงพี่จริงจัง

                                                                ตัวไกลใจพี่อยู่                                       เป็นคู่น้องครองยืนยัง

                                                ห่างเจ้าเฝ้าแลหลัง                                               ตั้งใจจิตมิตรสมาน.

                                                (จาก กาพย์เห่เรือ   รัชกาลที่   6  )

 

                                                               

53. เพลงแม่บท

                                                                เทพพนมปฐมพรหมสี่หน้า              สอดสร้อยมาลาเฉิดฉิน

                                                ทั้งกวางเดินดงหงส์บิน                                      กินรินเลียบถ้ำอำไพ

                                                                อีกช้านางนอนภมรเคล้า                    แขกเต้าผาลาเพียงไหล่

                                                เมขลาโยนแก้วแววไว                                         มยุเรศฟ้อนในนภาพร

                                                                ยอดตองต้องลมพรหมนิมิต              อีกทั้งพิสมัยเรียงหมอน

                                                ย้ายท่ามัจฉาชมสาคร                                          พระสี่กรขว้างจักรฤทธิรงค์

                                                                ฝ่ายว่านนทุกข์ก็รำตาม                       ด้วยความพิสมัยใหลหลง

                                                ถึงท่านาคาม้วนหางลง                                       ก็ชี้ตรงเพลาพลันทันใด

                                                                ด้วยเดชนิ้วเพชรสิทธิศักดิ์ ขาหักล้มลงไม่ทนได้

                                                ฝ่ายนางก็เป็นนารายณ์ไป                                  เหยียบอกยักษ์ไว้ด้วยฤทธา.

                                                (จากเรื่อง   รามเกียรติ์   รัชกาลที่   2  )

54. จากบ้าน

                                                                เมื่อจากเรือนเหมือนนกที่จากรัง

                                                อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย

                                                ถึงยามค่ำย่ำฆ้องจะร้องไห้

                                                ร่ำพิไรรัญจวนหวนละห้อย

                                                เมื่อยามดึกดาวเดือนก็เคลื่อนก็คล้อย

                                                น้ำค้างย้อยเย็นฉ่ำที่อัมพร

                                                                หนาวอารมณ์ลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยชื่น

                                                ระเริงรื่นรินรินกลิ่นเกสร

                                    หนาวน้ำค้างบ้านเรือนเพื่อนที่นอน

                                    จะอาวรณ์ว้าเหว่อยู่เอกา.

                                    (จากเรื่อง   พระอภัยมณี  -  สุนทรภู่)

                                                                         

55. น้ำค้างน้ำใจ

                                                                น้ำใจนางเหมือนน้ำค้างในร่มพฤกษ์

                                                เมื่อยามดึกดังจะรองออกดื่มได้

                                                ครั้นยามรุ่งสุริยาฉายก็หายไป

                                                โอ้หนอใจเลือนไปไม่คืนมา

                                                                เหมือนกระแสแควเดียวที่เชื่ยวหนอ

                                                มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า

                                                ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา

                                                นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ.

                                                (จาก นิราศพระบาท  -  สุนทรภู่  และเรื่องจันทโครพ)

56. โศก

                                                                จะว่าโศกโศกอะไรที่ในโลก

                                                ไม่เท่าโศกใจหนักเหมือนรักสมร

                                                จะว่าหนักหนักอะไรในดินดอน

                                                ถึงสิงขรก็ไม่หนักเหมือนรักกัน

                                                                จะว่าเจ็บเจ็บแผลพอแก้หาย

                                                ถ้าเจ็บกายแล้วชีวาจะอาสัญ

                                                แต่เจ็บแค้นนี้แหละแสนจะเจ็บครัน

                                                สุดจะกลั้นสุดจะกลืนฝืนอารมณ์.

                                                (จาก  นิราศเดือน   ทำนองขึ้นพลับพลา  -  นายมี  )

57. รสตาล

                                                                เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น

                                                เพราะดั้นด้นอยากลิ้มชิมรสหวาน

                                                ครั้นได้รสสดสาวจากจาวตาล

                                                ก็ซาบซ่านหวานซึ้งตรึงถึงทรวง

                                                ไหนจะยอมให้เจ้าหล่นจนเจ็บอก

                                                เพราะอยากวกขึ้นลิ้มชิมของหวง

                                                อันรสตาลหวานละม้ายคล้ายพุ่มพวง

                                                พี่เจ็บทรวงซ้ำอกเหมือนตกตาล.

                                                (เนื้อหาจาก  นิราศพระบาท   -   สุนทรภู่)

58. เพื่อศักดิ์นักสู้   

                ไม่ขอรับทรัพย์ใดจากใครหมด

ทั้งศักดิ์ยศสดใสลาภไพศาล

ไม่หวังให้ใครหนุนบุญบันดาล

ชอบผลงานทุกอย่างสร้างด้วยตัว

                ไม่เคยหวังพลังใดจากใครด้วย

ยอมมอดม้วยมิให้ใครคุ้มหัว

ไม่ยอมให้ใครประมาทว่าหวาดกลัว

วานคนชั่วช่วยใดไม่เคยคิด.

(จาก  เพื่อศักดิ์นักสู้ ทำนอง โยสลัม - วนิดา  สถิตานนท์)

59. อยู่เพื่ออะไร

                ฉันอยู่เพื่อบุคคลที่ฉันรัก

ซึ่งใจซื่อถือศักดิ์สุจริต

และรักฉันมั่นมานปานชีวิต

ในความผิดความหลงปลงอภัย

                ฉันอยู่เพื่อหน้าที่ที่พันผูก

เพื่อฝังปลูกความหวังพลังไข

เป็นท่อธารรักท้นล้นพ้นไป

หล่อดวงใจแล้งรื่นให้ชื่นบาน.

(จาก บทร้อยกรองเรื่อง อยู่เพื่ออะไร    ทำนองกราวนอก -  อุชเชนี)

60. เลือดสุพรรณ

                เลือดสุพรรณเคยหาญในการศึก

เหี้ยมฮึกต่อสู้ไม่รู้หนี

ไม่ครั่นคร้ามย่างใจต่อไพรี

ผู้ใดมีมีดพร้าคว้ามารบ

                (สร้อย)   มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย เลือดสุพรรณ

เข้าประจัญ  อย่าได้พรั่นเลย

                อยู่ไม่สุขเขามารุกแดนกระหน่ำ

ให้ชอกช้ำแสนอนาถชาติไทยเอ๋ย

ถึงตัวตายอย่าเสียดายชีวิตเลย

มาเถอะเหวยพวกเรามากล้าประจัญ.

(บทประพันธ์  -  หลวงวิจิตรวาทการ)

61. ธารทอง

                ฟ้าที่นี่แผ้วผ่องก่องประภาส

ริ้วทิงลาดแลรอบขอบคิ้วหาว

น้ำในธารสะท้อนแพรวดั่งแววดาว

กระพริบพราวเพียงภาพทาบเปลวทอง

                สำหรับคนบอบช้ำระกำรัก

ที่ทุกข์หนักพักตร์พริ้มมาปริ่มหมอง

ผู้สูญสิ้นดินฟ้าจะคว้าครอง

น้ำเนตรนองท่วมฤทัยไร้ญาติมิตร.

(จาก บทร้อยกรองเรื่องธารทอง   ทำนองสร้อยสนตัด -  ประยอม   ซองทอง)

62.ไกรทอง

                ไกรทองผู้ผ่องพักตร์อยู่สำนักวัดลิงขบ เรียนมนต์จนเจนจบครบคาถาประดามี มีเทียรละเบิดน้ำแรงฤทธิ์ล้ำทำด้วยผี ค้าขายทางวารีเลี้ยงชีวีไปวัน ๆ

                ถึงแดนแคว้นพิจิตรทราบข่าวฤทธิ์น่าคร้ามครั่น กุมภาชาละวันฤทธิ์ลือลั่นน่าขนพอง ลูกสาวท้าวพิจิตรงามโสพิศนางผู้น้อง ชื่อเจ้าตะเภาทองถูกคาบล่องลงวารี

                ใครฆ่ากุมภาได้จะยกให้ทั้งน้องพี่ ไกรทองมีฤทธีเรียกกุมภีร์ด้วยมนต์พลัน ปฏักโลหะหอกกรอกคาถาเป็นอาถรรพ์ ร้องท้าชาละวันมาสู้กันบนวารี มาสู้กันบนวารี

                ครั้ยฆ่ากุมภาได้ตามลงไปจนถึงที่ ได้นางทำมนตรีพบนารีร่ำพิไร สามนางเฝ้าถางถากปากด่าพร่ำซ้ำร้องไห้

      ตีอกต่างชกใจไกรทองเจ้าเผ่ามนตรา

                จมท้ายและจมหัวเป็นเมียผัวในคูหา จิตด้วยมิโกรธาในคนบนปรางค์ทอง กรรมใดใครสร้างมีกรรมชีวีแทรกสนอง    ใครเป็นเช่นไกรทองจะได้ครองความสุขเอย

                (จากเรื่อง   ไกรทอง  -  พรภิรมณ์ )

      63.พรหมทัต 1

                ปางหลังยังมีครุฑฤทธิรุทธิ์เหนือปักษีอยู่ยังถิ่นฉิมพลีสมญามีว่าเวณไต เป็นเพื่อนของกษัตริย์พรหมทัตผู้ทรงชัย  เจ็ดวันต้องบินไปให้เพื่อนเห็นเล่นสกา

                นาคีสิทันดรถูกครุฑต้อนเป็นปักษา วันหนึ่งจึงครุฑธาเล่นสกาพบกากี ศรรักปักใจครุฑยั้งไม่หยุดครุฑพาหนี พามายังฉิมพลีโดยไม่มีความละอาย

                คิดชั่วไม่กลัวบาปโลกีย์อาบใจหยาบคาย กาเมหมกอบายเสียเชิงชายรักชู้ชม เมียใครใครก็รักเพราะหมายจักสู่สุขสม กาโมครุฑโสมมจักต้องจมอเวจี

                แต่ครุฑไร้หิริขาดสติริบัดสี  แรงโลมโฉมกากีเพราะไม่มีธรรมมะเตือน เป็นคนเตือนตนได้คนเตือนใจใครจักเหมือน เพื่อนเราอย่าเผาเรือน อย่าทำเหมือนเฃ่นครุฑธา

                เป็นเพื่อนพรมหทัตยังคิดตัดเสน่หา ลักเมียของเพื่อนมาใจหยาบช้าสาระยำ ฉิมพลีหนอฉิมพลี ก่อนเป็นที่สุขเลิศล้ำ กากีผู้มีกรรมมาชอกช้ำบนฉิมพลี.

      (จากเรื่อง  กากีคำกลอน   -พรภิรมณ์)

64. พรมหทัต  2

พรมหเอ๋ยพรหมทัตจอมกษัตริย์ผู้ชรา  กลับจากเล่นสกาเข้าสู่ปราสาทสุวรรณหมายกอดยอดนารีโฉมกากีเจ้าจอมขวัญ    งกเงิ่นเดินงกงันไม้เท้ายันเหยาะย่างมา

ก้าวขึ้นบนแท่นที่เรียกกากีพี่มาหา หมายชาภิรมยามาแม่มาโฉมกากี อย่ายั่วให้ผัวพร่ำพี่กลับค่ำคงโกรธพี่ ออกมาเถิดกากีจะเฆี่ยนตีพี่ก็เอา

เงียบกริบผิดสังเกตน่าสังเวชกษัตริย์เฒ่า เผลอใจลมใส่เอาต้องใช้เข่าเช็ดน้ำตา สู้ทรเรียกคนฑรรม์จ้าละหวั่นวิ่งค้นหา ทั่ววังทั้งพาราไม่พบหน้าโฉมกากี

ไม่ยอมสรงเสวยไม่ยอมเสยแม้เกสี ทิวาเป็นราตรีพระทรงมีแต่วาโย หทัยให้นิวรณ์จูบแต่หมอนนอนโมโห ตัญหาเจือกาโมร้องไห้โฮคิดถึงเมีย

ครุทธาไม่น่าทำให้ศีลช้ำทำศีลเสีย  ใครจักไม่รักเมียครุฑทำเสียลักเมียคน ครุฑสร้างศีลด่างพร้อยคนอย่าพลอยอกุศล  สร้างเวรเห็นแก่ตนหนีไม่พ้นหนามงิ้วเอย.

(จากเรื่อง   กากีคำกลอน    --  พรภิรมณ์)

65. เห่กากี

                                น้องนอนนอนหนุนตักพี่นอน นอนนอนนอนน้องนอนจะกล่อมให้นอน

                ฉิมพลีพิมานมาศสุดสวาทนาฎกากี เวณไตให้ยินดีปรีดาแอบแนบนางชม  สองสุขสองสวาทแสงโสมสาดสองสุขสม  สองสนิทสองชิดชมสองภิรมณ์สมฤดี

                นกแนบนวลนางนอนสองกรโอบกากี ชั่วชีวันขวัญชีวีแนบฉิมพลีหลับไม่ลง   สท้านชานไกรลาศพิสวาทประหลาดหลงพระสุเมรุค่อยเอนลง ทอดยอดตรงหิมพานต์

                นาคีสีทันดรเริงสาครกระฉอกฉาน กระเพื่อมถึงบาดาลแผ่พังพานเข้าถ้ำไป ราหูจับจันทราสู้ฤทธิ์ราหูไม่ไหว ราหูอมสมฤทัยไม่ยอมให้พระจันทร์จร

                อสุนีบาตฟาดสายฟ้าต้องภูผาหน้าสิงขร ราหูอายคลายจันทร์จรสุดอาวรณ์อาลัยจันทร์ นาคีเริงสครอ่อนใจตัวจับสุบรรณ แผลงฤทธิ์พ่นพิษพลันหนีสุวรรณเข้าฉิมพลี

                ยอดเอยเจ้ายอดรักผู้มีพักตร์ผ่องโสภี  หลับตาอย่าช้าทีฟังเรื่องพี่อย่ารำคาญ ตักพี่นี้แทนหมอนฑิคัมพรแทนบังบาน   โทษภัยไม่แผ้วพานกลับสำราณดังฉิมพลี.

(จากเรื่องกากีคำกลอน   พรภิรมณ์)

66.พันท้ายนรสิงห์

                                พันท้ายนรสิงห์ พายเรือวิ่งล่องธารา เข้าคลองมา ถึงคราชะตาอับจน สู่วังวนชนจนตลิ่งอับปางสิ้น 

เฮ  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

                สรมุติเอ๋ยสุดเฉิดฉันท์ เห่ทุกย่านเอยม่านทองโสภิน  เฮ้…….ล่องเอ๋ย…..ฝ่ากระสินธุ์ สู่วารินรจนานาคิน

เฮ้……..   เฮ…..เฮ ๆ   ๆ ๆ ๆ ๆ

แว่วเสียงโห่เห่เร่เรือลอยมา มุ่งหน้าโคกขามดังถวิล หมู่วิหกนางนวลพากันบิน    เหมือนรู้สิ้นชะตายอดทหาร

เรือล่วงคุ้งแควกระแสธาร มุ่งผ่านชนฝั่งดั่งอาถรรพ์ เหล่าฝีพายงัดพายพลันวัน งัดไม่ทันหัวเรือหักสะบั้น จนพระทักตรัสทหารผลาญชีวัน ชีวิตพันท้ายล่มจมปถพี

                พันท้าย  นรสิงห์ พาเรือวิ่งล่องนที สิ้นชีวี แต่ชื่อพันท้ายนี้ เกริกก้องกรุงสยาม  

                (จากเรื่อง    พันท้ายนรสิงห์ )

 

67.ขุนศึกกำศรวล

                เสมา ขุนพลผู้กล้าเชิงรบ แต่มาพ่ายสยบความรัก อุสรคชีวิตลิขิตเหมือนคนเดนตาย

                ดวงใจข้าแกร่งกำแหงหาญ ขอผจญหมู่มารมิยอมพ่าย ไว้ลายชายชาตินักราชสีห์

                นักรบชาติชายต้องใจกล้า ถวายเลือดทาถูปถพี ตัวตายชื่ออยู่คู่ธานี นี่คือคนดีศรีอยุทธยา

                ความดีข้าสร้างมาเหลือหลาย ชีวิตข้ามอบถวายพระราชา เขายังทำข้าให้ได้เจ็บช้ำ

                ยามมีศึกมาข้ารบไล่ สองแขนข้าแกว่งไกวถือดาบออกรำ ยอมตายเพื่อชาติเพื่อทรงธรรม์ กลับถูก

ปรักปรำซ้ำมีคนอิจฉา

                เสมา ขุนผลผู้กล้าเชิงรบ แต่มาพ่ายสยบความรัก  ท่านคงรู้จัก ข้าคือขุนศึกแห่งชาติไทย…….

(จากเรื่อง  ขุนศึก)

68.จุฬาตรีคูณ

                ข้าแต่คงคาจุฬาตรีคูณ ดวงใจข้าอาดูลนักเอ่ย ความงมวิไลข้ามิได้ปรารถนา ข้าชังนักหนาเจ้าเอ่ย

                เพราะชนนีข้าวิไล จึงถูกสังเวยเสียในสายชล ด้วยรักเอ่ย

                จุฬาตรีคูณ ชนนีชีพสูญ ในสายจุฬาตรีคูณนี่เอ่ย

                *ดารารายเลิศโสภา ข้ไม่นำพา เพราะกลัวว่าจะถูกสังเวย

                โปรดสาปสรรค์ ขอให้โฉมอันน่าเชย สิ้นสวยเลยไร้ค่า 

                ให้ข้าน่าชัง สิ้นหวังชื่นชม ขอให้ไร้ผู้นิยมนำพา

                ขอให้สมใจในปรารถนา นะจุฬาตรีคูณเจ้าเอย…

                (จากเรื่อง   จุฬาตรีคูณ)

69.พระมะเหลเถไถ

                                เมื่อนั้น                                                                  พระมะเหลเถไถมะไหลถา

                สถิตย์ยังแท่นทองกะโปลา                (ซ้ำ)                        สุขาปาลากะเปเล                 (ซ้ำ)

                วันหนึ่งพระจึงมะหลึกตึก                (ซ้ำ)                        มะใหลไถไพรพรึกมะรึกเข              (ซ้ำ)

                แล้วจะไปเที่ยวชมมะลมเต                (ซ้ำ)                        มะโลโตโปเปมะลูตู                            (ซ้ำ)

                ตริแล้วพระมะเหลจึงเป๋ปะ               (ซ้ำ)                        มะเลไตไคลคละมะหรูจู๋                    (ซ้ำ)

                จรรัลตันตัดพลัดพลู                            (ซ้ำ)                        ไปสู่ปราสาทท้าวโปลา

                (จากเรื่อง พระมะเหลเถไถ   ทำนองตะลุง)

70. ควรแก่การสรรเสริญกราวคือชาวนา

                                ในพรรษานาไร่มากได้ฝน                                 เม็ดพืชผลเพราะงอกออกหน่อต้น

                สิ่งสำคัญธัญญาอาหารคน                                 ขึ้นโสภณพรึบมากทุกภคไป

                จากเม็ดพันธุ์ข้าวเปลือกเลือกดีเพาะ                                ถึงคราวเหมาะเจาะมาเป็นกล้าได้

                ชื่นใจชนรมณีย์สีเขียวใบ                                                   ต้นแน่นในหนึ่งแปลงแพ่งพึงตา

                กล้าแดดจ้ากล้าพายุกล้าต้น                                                กล้าต้านทนร้อนลมระดมกล้า

                ครั้นกล้าแข็งแปลงยัดยิ่งอัตรา                                           ชาวนามาถอนทำกล้ากำไป

                แยกปลูกปลงลงในนาไพศาล                                           ลูกเหลนหลานมิตรช่วยอวยแรงใหญ่

                เสร็จชั้นนี้ดีครบภาพสบนัยน์                                           ควรยกให้เกษรินเป็นศิลปปี

                เพราะดูแถวแนวข้าวกว้างยาวเยิ่น                    ช่างงามเพลินพ้นป้ายระบายสี

                ลำจำเริญเนิ่นเดือนเลื่อนทวี                                              ข้าวจะมีสีทองลำยองพรรณ

                สรุปแล้วแก้วธัญญ์พืชพันธุ์นี้                                           คุณภาพมีศรีปานอาหารสวรรค์

                ในพรรษานาอุดมสมบูรณ์ธัญญ์                                       ควรแก่การสรรเสริญกราวคือชาวนา.

                (ของแสงทอง   ทำนองโยสลัม)

71. เขมรอกโครง

                                เมียจะตายตามผัวกลัวผีหลอก                           กลัวหายใจไม่ออกเมื่ออาสัญ

                จะโดดน้ำให้ตายไปตามกัน                                               ก็กลัวจระเข้มันจะคาบไป

                เมียจะชือดคอตายเสียหลายครั้ง                                       แต่รอรั้งกลัวเจ็บไม่เชือดได้

                จะผูกคอหาเชือกมาเตรียมไว้                                            เชือกก็ใหญ่กลัวจะรัดมัดต้นคอ.

                (จากเรื่อง  ขุนช้างขุนแผน  ทำนองเพลงเขมรอกโครง)

72. เวตาล

                                ใครจะไว้ใจอะไรตามใจเถิด                              แต่อย่าเกิดไว้ใจในสิ่งห้า

                หนึ่งอย่าไว้ใจทะเลทุกเวลา                                               สองสัตว์เขี้ยวเล็บงาอย่าวางใจ

                สามผู้ถืออาวุธสุดจักร้าย                                                     สี่ผู้หญิงทั้งหลายอย่ากรายใกล้

                ห้ามหากษัตริย์ทรงฉัตรชัย                                                ถ้าแม้นใครประมาทอาจตายเอย.

                (จากเรื่อง  นิทานเวตาล  ทำนองสร้อยสนตัด)

73. หนาว

                                ดั่งต้องน้ำมากเมื่อดึกเงียบ                 แสนยะเยียบเนื้อเย็นเป็นเหน็บหนาว

                ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว                                ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น

                โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้                                           แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ

                ทั้งหนาวนอนไกลนุชสุดจะเย็น                                       ใครปะเป็นเหมือนหนึ่งข้าจะว่าจริง

                (จากนิราศพระบาท    ทำนองขึ้นพลับพลา)

74.กราวนอก

                                บัดนั้น                                                                    ชาวเมืองหน้าด่านไม่ทานได้

                ต่างทิ้งปืนผาอาวุธไว้                                                          วิ่งวนซนไปออกประตู

                ผู้รั้งทั้งปลัดกับหลวงพล                                                     สกัดกั้นพันคนไว้ไม่อยู่

                ข้างด้านหลังพังเขื่อนขวากคู                                             เหยียบกันไปไม่รู้ว่าไพร่นาย

                บ้างโจนจากสนามเพลาะเลาะลัด                                    บุกพงหลงพลัดเข้าเชิงหวาย

                บ้างปีนขึ้นต้นไม่ไล่ตะกาย                                                จวนตัวกลัวตายเต็มที

                ลางคนสุดกำลังนั่งหอบ                                                     เสียงใบไม้กรอบก็วิ่งหนี

                แลเห็นพวกเพื่อนว่าไพรี                                                   ถ้อยทีตื่นตระหนกตกใจ

                บ้างบุกชัฎลัดดงหลงป่า                                                     ไม่รู้ว่าหนทางอยู่ข้างไหน

                ต่างคนต่างพลัดกันไป                                                        นายไพร่ไม่เป็นสมประดี

                (จากเรื่อง อิเหนา  ตอนศึกมังกุหนิงตีเมืองดาหา   ทำนองกราวนอก)

75.นิราศพระบาท

                                ละครหยุดอุตลุดด้วยมวยปล้ำ                            ยืนประจำหมายสู้เป็นคู่ขัน

                มงคลใส่สวมหัวไม่กลัวกัน                                               ตั้งประจันจดจับกระหยับมือ

                ตีเข่าปับรับโปกสองมือปิด                                 ประจบติดเตะผางหมัดขว้างหวือ

                กระหวัดหวิดหวิวผวาเสียงฮาฮือ                                      คนดูอื้อเออเอาสนั่นอึง

                ใครมีชัยได้เงินกำเหน็จมาก                                              จมูกปากบอบบวมอลึ่งฉึ่ง

                แสนสนุกสุขล้ำสำมดึงษ์                                                    พระผุ้ถึงนฤพานด้วยการเพียร

                แต่รอยบาทอนุญาตไว้ยอดเขา                                           บุญของเราได้มาเห็นก็เย็นเศียร

                บังคมคัลวันละสองเวลาเวียน                                           แต่จะเนียรนับไว้ได้สี่วัน   

                                (จากนิราศพระบาท  ของสุนทรภู่  ทำนองเพลงเทพทอง)

76. กลิ่นดอกโศก

                                กลิ่นดอกโศกชวนดม                                         ลอยมาตมลมลำเพย

                กลิ่นเย็นหอมเด่นชวนเชย                                                 อาวรณ์รักเอย คืนหนึ่งที่เคยร่วมใจหมาย

                                กิ่งอโศกบังจันทร์                                                เคยเคล้าคลึงกันเคียงกาย

                ชื่นคำหวานฉ่ำไม่หาย                                                        รำพันไม่วายสุดได้มุ่งหมายกันมา

                                ดื่มด่ำรสล้ำยังจำได้                                              ฝกดวงใจสองรา

                ขอรักกันไปในชาติหน้า                                                     คำสัญญาจำติดใจ

                                ฝากสวาทร่วมกัน                                 ราตรีมีจันทร์อำไพ

                ใต้เงาร่มโศกบังไว้                                                               รักเร้าดวงใจกลิ่นโศกสมใสชื่นชม

                (จากเรื่องกามนิต วาสิฏฐี  - เอื้อ สุนทรสนาน  - สุรัสน์  พุกกะเวส ประพันธ์เพลง)

77.บุษบาในฝัน

โอ้แม่งามกระไรจะหานางใดในหล้า  มาเปรียบเหมือนเจอบุษบา พี่อยากยลโฉมหน้า ฝันหาพาภิรมณ์ เนตรเจ้าคมคิ้วงอนสวยจริง โอ้ดวงสมรโอษฐ์สคราญ ดุจพรานโน้มวาดเป็นวงโค้งคันศร  พี่กลับนอนคร่ำครวญ ป่วยอุราทุกคืนหลับเห็นดวงหน้า โธ่เจ้าอย่ามาหลอกหลอนพี่เลย หยามอกชายอายทั่ว ถันเธองอนตื่นตัวฉันกลังจริงสาวเอย ตาเธอซึ้งเหมือนดังประหนึ่งจะเย้ยจันทร์แจ่มเวหา แก้วเจ้านวลชวนเชิญยิ้มเมินทีท่า  เหมือนจะพาให้พี่พะวง ลืมมิลงคงจะหลงตายเปล่า พี่ฟฃฝันนอนเคียงเจ้ายามตื่นก็เฝ้าระทม พี่กอดพี่ซบพี่โลมเพียงเงา รักนงเยาว์ใครจะเห็นใจเอย.

(จากเรื่องอิเหนา   - ไสล   ไกรเลิศ  พระพันธ์เพลง  ทำนองไทยเดิแบบสังคิตยุกต์)

 

78. อเทตยาเพ้อรัก

                .            อเทตยาทรามเชย น้องจงเงยหน้าก่อน เจ้าแง่งอนเคืองค้อนอะไรตัวพี่

                                                                                                                .น้องกลังลิ้นชาวตองอูจ๊ะ เจ้าชู้สิ้นดี

                                .เจ้าหน่ายหนีมทิ้งให้พี่อกตรม                      .เชื่อคารมตัวน้องต้องตรมใจแน่

                                .แต่ใจพี่รักเจ้าจริง                                             .ฟังน้ำคำแล้วชื่อใจ

                                .จริงหรือไรแม่ยอดหญิง                                 .เกรงรักเพียงไว้แอบอิง

                                .พี่รักจริงนะเทตยา                                           .อุ้ยตายไม่จริงเห็นอิงพี่กุสุมา

                                                      .เพราะเคยเมตตา มิเคยรักใครเกินเจ้า          .เห็นพี่พนอพะเน้า

                                .โธ่เจ้าอย่ามัวระแวง                                        .หรือพี่มาแกล้งให้กินแหนงใจกัน

                                .เจ้าอย่าทำใจดำ                                                 .พี่อย่าทำใจดี

                                .รักเจ้าเพียงชีวี                                                  .น้องนี้ยังใจหวั่น

                                .ขออ้างเอาดวงจันทร์                                       .แหมทำมาเป็นกระต่าย

                                .อเทตยาคนดี ขวัญชีวีของข้า เชื่อเถิดหนาข้ารักตัวเจ้าไม่หน่าย

                                                                                                                .น้องกลัวรักเพียงพร่อย ๆ ข้าจะพลอยอับอาย

                                .            ใจรักข้าซื่อ  สมชื่อมังฉงาย               .แต่อาจใจร้าย เพราะผู้ชายตองอู เจ้าชู้เชื่อยากเอย

                                (จากเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ   ไศล    ไกรเลิศ  ประพันธ์เพลง)

79. บุเรงนองพ่ายรัก

น้องนวลเอน (ฮัม).นวลจันทร์ เจ้าแกล้งฝัน  (ฮัม)  พี่ผวา  ไม่เห็นโฉมโลมสวาท เหมือนจะขาด ๆ   ชีวา โอ้เจ้าจันทรา จะเด็ดจะทำไฉน

โถเมตตา (ฮัม)  พี่ก่อน  น่ารักเมื่อเจ้างอน  (ฮัม)   เนตรชม้าย หยิกพี่เสียทำให้เจ็บ พี่จะเก็บ ๆ  รอยไป  จะจูบรอยหยิกไว้ ประทับใจตะละแม่จันทรา

ออกศึกไม่เคยถูกคม กลับมาต้องคมกานด คมเนตรคมวาจา กรีดใจข้าเป็นริ้วเป็นรอย ต้องกลับด้วย  ความอับอาย สิ้นชายแพ้รักเคยคอย

เห็นแก้มสีพลอย นั่นเป็นรอยของบุเรงนองอยู่คู่หงสาวดี แต่ใจพี่อยู่ใกล้น้อง ตะละแม่ไม่แลมอง บุเรงนองพ่ายรักเอย.

(จากเรื่องผู้ชนะสิบทิศ   ประดิษฐ์ อุตมัง ประพันธ์เพลง)    

80.กากีเหมือนดอกไม้

โอ้มาลีนี้ใครชมเล่น กลีบเจ้าเป็นรอยซ้ำ ใครทำให้เจ้าเฉา หรือภุมรา แกล้งมาภิรมย์ชมเจ้ มองแล้วพายิ่งเศร้า เจ้าเคยพริ้งเพรา กลับมาอับเฉาเพราะมือคนชม

ใครอยากจะรัก ใครอยากจะชม ใครอยากจะดม นิยมว่าเด่นดี

เปรียบกานดาโสภางามผ่อง โอ้รูปทองใจทราม มีนามว่ากากี สวยอรชรกลิ่นขจรเหมือนดังมาลี    กรรมของนางเทวีเจ้างมโสภี แต่ใจบัดสีเพราะมีอารมณ์ ใจอยากจะรัก ใจอยากจะชม ใจระทมเพราะลมสวาทเอย.

( จากเรื่อง กากี-คำกลอน   ไสล  ไกรเลิศพระพันธ์เพลง)

81.คนธรรพ์รำพึง

ชื่นใดหาใครจะสู้ ชื่นยอดชู้กากี กลิ่นเจ้านี้เจ้ายังอาวรณ์ ดวงใจจากพี่ไปหัวใจพี่แทบขาดรอน  อาวรณ์เจ้าไม่วาย   ตรอมตรมอยู่เดียวดาย ยามพระพายโชยกลิ่นเจ้ามา

กลิ่นสุดาหอมระรื่น………………

จากไปวิมานเมืองแก้ว  ลืมพี่แล้วทรามชื่น พี่ทนฝืนระกำดวงใจ รอคอยยอดเทวีฤดีพี่แทบขาดบรรลัย  ดวงใจพี่กังวล รวยรินกลิ่นสุคนธ์ ลอยหอมวนดังกลิ่นเจ้าเอย

                                พี่เลยฝืนใจข่ม………………..

อยู่ไกลแม้ใจยังมั่นคงโศกศัลย์ชีวา  ป่านฉะนี้เจ้าคงระทม นอนเดียวเปลี่ยวอุรา น้ำตานวลเจ้าจะนองปรางทองเจ้าจะตรม  ใครจะพาพี่ลอยลม ไปชิดชมเจ้ายอดสุดา

                แก้วตาขวัญพี่………………….

                (จากเรื่องกากี-คำกลอน  ไสล   ไกรเลิศ ประพันธ์เพลง)

82. มัทรีร้องไห้

                ยามเย็นจวนค่ำตะวันต่ำอกฉ่ำน้ำตานองใจ    มัทรีครวญคร่ำอาลัยอกใครไม่มีเหมือนเลย

เฝ้าคิดหมายชู้ชายชื่นเชย                                   เขาไม่รักเราก็รู้ ยังชื่นชูหวังชื่นชม

กรรมใดนะเราจึงเศร้าฤทัย                                กรรมใดนะให้ดวงใจขื่นขม

ฝากใจดินฟ้าสายลมชักพาคู่ชมให้ฉัน             ช่วยนำชักรักมาโดยพลัน สามรักมั่นเป็นสร้อยสวมใจ

                มัทรีร้องไห้ไม่สร่างเลย อกเอยแต่เช้าจนเย็น                น้ำค้างพรมพร่ำฉ่ำเย็นดังเป็นน้ำตาอาลัย

โอ้ดินฟ้านั้นคงเศร้าใจ                                       ฟ้าฉ่ำร้องเสียงระงมฉันยิ่งตรมใจยิ่งครวญ

ดินคงจะหลงชมงมรักเรื่อยไป                         เราจะคงร้องไห้อาลัยกำสรวล                          

ตราบสิ้นดินฟ้าจันทร์นวลมิสิ้นรัญจวนใจสวาท           โอ้ตะวันลับลาพาอนาถเหมือนรักขาดนิราศหัวใจ.

(จากเรื่อง พระเวสสันดรชาดก  ชอุ่ม  ปัจพรรค์  ประพันธ์เพลง)

 

83.กราวนอก

                                เงาะน้อยเงาะใหญ่ไปคึกคึก                              อึกทึกเลื่อนลั่นสนั่นป่

                เต้นโลดลากเลือกเกลือกตา                                                ตบขาเขย่งเก็งกอย

                จั๊บจั๊บปังปังประดังเสียง                                                     ดังแผ่นดินจะเอียงทรุดด้อย

                กวัดแกว่งบอเลาเป่าลูกลอย                                               ถูกนกตกผลอยแย่งกันพรู

                (จากเรื่องเงาะป่า  -   รัชกาลที่  5  ทำนองกราวนอก)

84. มอญดูดาว

                                                แล้วจัดแจงแก่งกายพลายชุมพล(ซ้ำ)               ปลอมตนเป็นมอญใหม่ดูคมสัน

                                (สร้อย)  ออระนาย  ออระนาย    อ่อยเอย

                                                นุ่งผ้าตาหมากรุกของรามัญ (ซ้ำ)                     ใส่เสื้อลงยันต์ย้อมว่านยา

                                (สร้อย)……………………………………….

                                                คอผูกผ้าประเจียดของอาจารย์  (ซ้ำ)                โอมอ่านเสกผงผัดหน้า

                                (สร้อย)………………………………………..

                                                คาดตะกรุดโทนบองบิดา  (ซ้ำ)                        โพกผ้าสีทับทิมริมขลิบทอง

                                (สร้อย)………………………………………..

                                (จากเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน  .มนตรี  ตราโมท ประพันธ์เพลง)

85. เขมรเร็ว

เที่ยว 1   พวกหนึ่งนั้นเข้าไปในป่า                                  ตัดหวายตะค้าเป็นจ้าละหวั่น

เที่ยว 2   ตัดเตยมามัดผูกพัน                                              พากันไปแลกของนานา

เที่ยว 3  พวกหนึ่งนั้นเที่ยวไปป่าวร้อง                            พวกพ้องให้รู้ทั่วหน้า

เที่ยว 4  กำหนดนัดวันสัญญา                                           ให้มากินเลี้ยงในวันงาน

( จากเรื่องเงาะป่า รัชกาลที่ 5  ทำนองเขมรเร็ว)

86. นางนาค

                ครั้นได้เวลามหากฤษ์                                          โหราจึงเบิกบายศรี

ลั่นฆ้องประโคมดนตรี                                                       กาหลอึงมี่โกลา

องค์ท้าวสหัสนัยที่จุดเทียน                                                ส่งแว่นเวียนจากซ้ายไปขวา

เทวามนุษย์นาคา                                                  รับส่งลงมามากมาย

(เนื้อร้อง  ทำนอง  ของเดิม)

87. สร้อยเพลง

                ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง                                       คงจะต้องบังคับขับไส

เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป                                                        ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย

เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ                                                     จะนับถือพงศ์พันธ์นั้นอย่าหมาย

ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย                   ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา

(พระราชนิพนธ์  ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)

88. เชิญพระขวัญ

                ขวัญเจ้าเอยขวัญเอย                                            มาสู่องค์เอย  (ซ้ำ)

ขอเชิญพระขวัญเมื่อคืนวันเพ็ญ                                       ให้อยู่ร่มเย็นอย่าหนีไปไหน

ขวัญเจ้าเอยขวัญเอย                                                            ขวัญเจ้าอย่าเลยไปไกล

อย่าเที่ยวจนเพลิน                                                                อย่าระเหินระหก

อย่ามัวชมนก                                                                        อย่ามัวชมไม้

ขอเชิญขวัญเจ้า                                                                    รีบเข้าสู่กาย

อย่าลี้หนีหาย                                                                        เลยนะขวัญเจ้าเอย.

(เนื้อร้อง-ทำนอง   พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ)

89. ไกลบ้าน

                                วิปโยคโศกใจเหมือนเมื่อไกลบ้าน  ไกลสถานพักพิงยิ่งใจเหงา ห่างไกลหัวใจจำเศร้า เจ้าอยู่ดีเป็นไฉน

                พลัดที่พึ่งที่พิงทิ้งพำนัก ไกลที่รักพักพาจะอาศัย เจ้ามีเพื่อนชมคนใหม่ แล้วทิ้งพี่ให้ชอกช้ำชีวี

อันรักกันอยู่ไกลถึงสุดขอบฟ้า เหมือนชายคาเข้ามาเบียดดูเสียดสี อันชังกันนั้นใกล้สักองคุลีก็เหมือนมีแนวป่ามาปิดบัง  เพราะไกลบ้านซ่านมา  โถ…….นิจจาเจ้าจะเงียบเหงาแล้วลืมสิ้นความหลัง  ฝากเพียงเสียงกระซิบสั่ง   ขอน้องอย่าชังคนร้างแรมไกล.

                (  ชาลี  อินทรวิจิตร พระพันธ์)

90. ทำบุญด้วยอะไร

                ผู้หญิงที่สวยอย่างคุณ    ทำบุญไว้ด้วยอะไร   จึงสวยน่าพิศมัย  น่ารักน่าใคร่พริ้มเพราะ

                คงถวายมะลิไหว้พระ  วรรณะจึงได้นวลขาว  เนตรน้อยดั่งสอยจากดาว กระพริบพร่างพราวหนาวใจ

                ตักบาตรคงใส่ด้วยข้าวหอม จึงสวยละม่อมละไม บุญทานคงทำด้วยเต็มใจ เธอจึงได้พรสี่ประการ

                อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ เพียงพบเจ้านั้นไม่นาน พี่ซมพี่ซานลุ่มหลง.

91. ตาอินกะตานา

                                ตาอินกะตานา  หาปลาเอามากินกัน  ได้ปลาทุกวัน  รักกันก็ปันกันไป หาปลามานมนาน

                หาปลามาบานตาไท  จนแม้ใครใคร  รู้น้ำใจไมตรีปรีดา

                                แต่แล้ววันหนึ่ง เคราะห์มองขึงขมึงทึงมา  สองคนถึงครา  แย่งหัวปลาหางปลากันเกรียว

                ตาอินกะตานา โศกาอาวรณ์จริงเจียว ตาอยู่มาเดี๋ยวเดียว คว้าพุงเพรียวเพรียวไปกิน

                (เอื้อ  สุนทรสนาน              ศรีสวัสดิ์  พิจิตรวรการ)

92. ทะเลบ้า

                                นั่งคนเดียวพลัดคู่เพ้ออยู่ริมทะเลมองทะเลว้าเหว่ทวี  แต่ได้ยินเสียงซ่านึกว่าดวงฤดีมองก็มีนที

                อันกว้างใหญ่ ไม่มีใครอยู่อีกเลยคู่เชยก็ไม่มา แล้วอะไรคลื่นซ่ามองหาอยู่ไหน  ฟังแล้วยังก้องไป พาดวงใจ

                เวียนวน

                                อ้อทะเลซัดซ่าร้องบ้าไปคนเดียวเออทะเลมิเปลี่ยวใจจน  ทุ่มตัวเองฟาดฝั่งคลุ้มคลั่งในกมล คงจะมี

                ทุกข์ทนและหมองไหม้  ฟาดตัวเองอยู่ทำไมกลุ้มอะไรหนักหนา หรือทะเลเป็นบ้าผวาหวาดไหว ฟังแล้วยัง

กลุ้มใจ   พาอาลัยอาวรณ์   

                เสียงยังดังมาทั้งวันเวลาทะเลบ้าแน่นอน   รักคงราญรอนมิเป็นอันนอนเสียงดังไม่หย่อนสักวัน  แม้

รักเราอับปางจะจืดจางร้องรา ฉันก็คงเป็นบ้าผวาเช่นนั้น คงวิกลเช่นกัน คงจะรำพันจนตาย.

(บทเพลง  วินัย   จุลบุษปะ)

93. บุพเพสันนิวาส

                เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด  บุพเพสันนิวาสที่ประสาทความรักภิรมย์ คู่ใครคู่เขารักจะคอยเฝ้าชม

คอยภิรมย์เรื่อยไป

                ขอบน้ำขวางหน้าขอบฟ้าขวางกั้น บุพเพสังสรรค์ประสบให้ได้พบสบรักกันได้ ห่างกันแค่ไหน เขาสูง

บังกั้นไว้ รักยังได้บูชา

                ความรักศักดิ์ศรีรักไม่มีพรมแดนรักไม่มีศาสนา  แม้นใครบุญญาได้ครองกันมาพรหมลิขิตพาชื่นใจ

                รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ ความรักเช่นนั้นให้โทษ จะไปโกรธโทษรักไม่ได้ ไม่ใช่บุพเพสันนิวาสแน่ไซร้        รักจึงได้แรมรา…………

(บทเพลงของ   ประพันธ์   สุนทรจามร)

94. พรหมลิขิต

                พรหมลิขิตบันดาลชักพา  ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้

มาใกล้กับเธอ

                เออชรอยเธอเป็นเนื้อคู่ ควรอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ แต่ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ใจนึกเชื่อเมื่อแรกเจอ ฉันและ

เธอคือคู่สร้างมา

                เนื้อคู่ ถึงอยู่แสนไกลคงไม่คลาดคลา มุ่งหวัง สมดังอุราไม่ว่าใครใคร

                หากมิใช่คู่ครองแท้จริง จะแอบอิงรักยิ่งปานใด ยากนักที่จะสมใจ คงพบเหตุอาเภทภัย พลัดกันไป

ทำให้คลาดคลา

                เราสองคนต้องเป็นเนื้อคู่ จึงชื่นชูรักใคร่บูชา  นี่เพราะว่าบุญหนุนพา พรหมลิขิตขีดเส้นมา ชี้ชะตา

ให้มาร่วมกัน

                คนบางคนต้องเป็นเนื้อคู่ เพียงแต่ดูรู้ชื่อโดยพลัน ก็รู้สึกนึกรักกัน จนฝันไฝ่ใจผูกพัน แม้ไม่ทัน

จะเห็นรูปกาย

                ฉันเชื่อ เพราะเมื่อพบเธอฉันเพ้อมากมาย เฝ้าหลงพะวงไม่วายไม่หน่ายกมล

                พรหมลิขิตบันดาลทุกอย่าง เป็นผู้วางหนทางปาวงชน ได้ลิขิตชีวิตคน นำเนื้อคู่มาเปรอปรน

ทั้งยังดลเธอให้กับฉัน………………

95.ใจชาย-ใจหญิง

                .  ถ้อยพังเพยเปรียบเปรยไว้                           ว่าหัวใจของหญิงนั่น

เปลี่ยนไปไม่เว้นวัน                                                            ใกล้ไหนนั่นเกี่ยวพันเรื่อยไป

                จากนารีไม่กี่เดือน                                               เธอร้างเลือนลืมรักได้

ข้ามคืนชื่นรักใหม่                                                               เร่รักให้ชื่นใจแอบอิง

                ชายหากหลงรักห่วง                                           ต้องเจ็บทรวงถูกลวงช้ำจริง

หญิงเพียงให้ใจพักพิง                                                        ชื่นชมแล้วทิ้งมิประวิงอาวรณ์

                โลกย่อมรู้อยู่แก่ใจ                                               หญิงหรือชายใครลืมก่อน

หว่านคำพร่ำหวานอ่อน                                                     ใจหญิงซ่อนคมมีดกรีดทรวง

                .  ถ้อยพังเพยเปรียบเปรยไว้                          ว่าหัวใจของชายนั่น

เปลี่ยนไปไม่เว้นวัน                                                            ใกล้ไหนนั่นเกี่ยวพันเรื่อยไป

                จากกันไปไม่กี่เดือน                                            เธอร้างเลือนลืมรักได้

ข้ามคืนชื่นรักใหม่                                                               เร่รักให้เปลี่ยนใจแอบอิง

                หญิงหากหลงรักห่วง                                         ต้องเจ็บทรวงถูกลวงช้ำจริง

เขาเพียงให้ใจพักพิง                                                           ชื่นชมแล้วทิ้งมิประวิงอาวรณ์

                โลกย่อมรู้อยู่แก่ใจ                                               หญิงหรือชายใครลืมก่อน

หว่านคำพร่ำหวานอ่อน                                                     ใจนั้นซ่อนคมมีดกรีดทรวง

(บทเพลงของ -  เอื้อ-พร   พิรุณ)

96.พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแน่

                รักกันวันนี้ดีกว่า เผื่อว่าพรุ่งนี้อีอันเป็นไป แม้เธอและฉันต้องพลันสิ้นใจ ฉันจะหวังใครให้เป็นคู่อิง

                รักกันวันี้ดีกว่า เผื่อว่าพรุ่งนี้มีใครมาชิง ฉันอาจพลาดแพ้เหลือแก้คืนทุกสิ่ง แล้วจะหมายอิง

แอบอ้อนวอนรักใคร

                พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแน่นอน แปรผันยอกย้อน ลวงหลอนเปลี่ยนใจ เผื่อว่าพรุ่งนี้โลกสลายไป วันนี้

ใครเล่าจะอยู่คู่ฉัน               

                รักกันวันนี้ดีกว่า เผื่อว่าพรุ่งนี้จำใจไกลกัน ฉันอาจสิ้นหวังเหมือนดังสิ้นชีวัน เหลือแต่เพ้อฝัน

สุดกลั้นใจหมองตรม.

(บทเพลงของ  สนิท  . )

97.ยากยิ่งสิ่งเดียว

                จะเรียนจะร่ำจะทำอะไร……ไม่ลำบาก                         ยอดยากอยู่อย่างเดียว……เกี้ยวผู้หญิง

คำครูสุนทรภู่กล่าวพาดพิง                                                                ฉันไม่ท้วงติงเพราะว่าสมจริง….ยิ่งสิ่งใด

ยิ่งตรองยิ่งเห็นเป็นเรื่องหนักใจ…..ให้อาวรณ์

                แม่กงแม่กนจวบจนกบเกย…….เคยเรียนร่ำ  บากบั่นหมั่นท่องจำ….ตามคำสอน

เรียนกันถึงโคลงดั้นกาพย์ฉันท์กลอน                                             ทุกบททุกตอนฉันไม่ร้าวรอน..ไม่อับจน

แต่เรียนเรื่องรักหนักในกมล……..จนปัญญา

                หากใครจะว่าปัญญาไม่มี….ก็ทนได้                               โง่เง่ายิ่งกว่าใคร…..ใคร่ศึกษา

จำยอมสรภาพกราบสักครา                                                               ขอบอกฉันมาฉันอ่อนระอา…น่าเจ็บใจ

บอกมาสักคำจะทำอย่างไร…ให้กังวล

                บางคนไม่รักแสดงว่ารัก…ล่อลวงได้                              แกล้งยั่วอยู่ร่ำไป…..ให้ฉงน

บางคนรักแน่แน่แต่ทำพิกล                                                               ร้อยเร่ย์ร้อยกลเพราะโง่เหลือทน…จนอดชม

อัดอั้นอุราปัญญาไม่คม….โง่งมงาย

98.ปาริชาต

.            กลิ่นล่องลมมาหอมปาริชาติสวรรค์……..    กลิ่นเจ้าเท่าน฿นสัมพันธ์ชาติที่ผ่านมา……..

                ดอกเจ้าก็งามสมนมเขากล่าวขาน

.           สีแดงงามตระการ

.            พิศเพียงแก้วประพาฬ

.           ดอกไม่วิมานสุขาวดี

.           กลิ่นเจ้าล่องลมพริ้วพรมมาแห่งนี้……          กลิ่นเจ้ายวนยีฤดีให้ป่วนปั่น………

                กลิ่นเจ้ดลใจโน้มในฤทัยฝัน

.            ภาพชาติแต่เบื้องบรรพ์นึกได้โดยฉับพลัน

.           กลิ่นทิพย์ผูกพันสวรรค์ดลใจ           

.            โอปาริชาติเอยชื่นเชยชีวิตให้                          

.           ชาติหลังปางใด…..                            

.            เข้าใจทุกปาง                                                        

.           ปางรักร่วมใจไม่จืดจางปางร้างไม่จางเลย

.            ศักดิ์สิทธิ์หนักหนาโอปาริชาตเอย………     กลิ่นเจ้ารำเพยชิดเชยไม่ขาดกลิ่น…………

.           เจ้าอยู่เมืองแมนมิใช่ของแดนดิน                     สมบัติวิมานชื่นบานประทิน

                มิใช่ของชาวแผ่นดินชมเชย             

99. หนึ่งในดวงใจ

                พี่นี้มีน้องหนึ่งในดวงใจเท่านั้น                       หญิงอื่นหมื่นพันจะมาเทียมทันที่ไหน

แต่รักของพี่ซ่อนอยู่กลางใจข้างใน                                  หนึ่งในดวงใจคือเธอคนเดียวแท้เทียว

                หากน้องได้รู้ว่าพี่รักน้องหนักหนา                 ขอได้เมตตาแก่ดวงวิญญาโดดเดี่ยว

ผิดบ้างพลั้งบ้างก็ไม่จืดจางขาดเกลียว                             น้องเป็นคนเดียวหนึ่งในดวงใจ

                หากอาทิตย์ลับโลกโศกสลด                              จะมืดหมดทุกชีวิตยังทนได้

หากขากน้องที่พี่ปองหนึ่งในดวงใจ                                ทนไม่ได้จักต้องตายลงไปพลัน

                พี่นี้มีน้องอยู่ในดวงใจเสมอ                              รักแต่เพียงเธอยิ่งกว่าชีวันเชื่อฉัน

พี่ปองรักเจ้าเฝ้าแต่ผูกพันแจ่มจันทร์                                มีเธอเท่านั้นที่เป็นที่หนึ่งครองใจ.

สารบัญ 

 

  1           อิเหนารำพัน………………………………………………………………………..

  2           อิเหนารำพึง………………………………………………………………………..

  3           ยอดพธูเมืองแปร………………………………………………………………………..

  4           ยอยศพระลอ………………………………………………………………………..

  5           ผู้ชนะสิบทิศ………………………………………………………………………..

  6           เป็นไปไม่ได้………………………………………………………………………..

  7           น้ำตาแสงใต้………………………………………………………………………..

  8           ไก่ฟ้า………………………………………………………………………..

  9           กามนิต-วาสิฎฐี………………………………………………………………………..

10           เขมรไทยโยค………………………………………………………………………..

11           ความกรุณาปราณี………………………………………………………………………..

12           คำมั่นสัญญา………………………………………………………………………..

13           ชมป่า………………………………………………………………………..

14           ที่รัก………………………………………………………………………..

15           บังใบ………………………………………………………………………..

16           ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ………………………………………………………………………..

17           แม่ศรีเรือน………………………………………………………………………..

18           ลาวดวงเดือน………………………………………………………………………..

19           เสี่ยงเทียน………………………………………………………………………..

20           สาส์นรัก………………………………………………………………………..

21           สาวเครือฟ้า………………………………………………………………………..

22           สามัคคี………………………………………………………………………..

23           ศึกบางระจัน………………………………………………………………………..

24           ชั่วนิจนิรันดร์………………………………………………………………………..

25           บุษบาอธิฐาน………………………………………………………………………..

26           พระลอตมไก่………………………………………………………………………..

27           ลาวเจริญศรี………………………………………………………………………..

28           เหมือนไม่เคย………………………………………………………………………..

29           กาเรียนทอง………………………………………………………………………..

30           หนึ่งในร้อย………………………………………………………………………..

31           เกิดมาพึ่งกัน………………………………………………………………………..

32           คิดถึง………………………………………………………………………..

33           ความรัก………………………………………………………………………..

34           ชื่นจิต………………………………………………………………………..

35           ลาวครวญ………………………………………………………………………..

36           สุริยันจันทรา………………………………………………………………………..

37           สุดฟากฟ้า………………………………………………………………………..

38           แขกสาหร่าย………………………………………………………………………..

39           คลื่นกระทบฝั่ง………………………………………………………………………..

40           ดวงใจ………………………………………………………………………..

41           ดวงจันทร์………………………………………………………………………..

42           ดอนเจดีย์………………………………………………………………………..

43           ไทยรวมกำลัง………………………………………………………………………..

44           ธรณีกันแสง………………………………………………………………………..

45           บุษบาอธิฐาน………………………………………………………………………..

 

46           บุเรงนองลั่นกลองรบ………………………………………………………………………..

47           พรานล่อเนื้อ        ………………………………………………………………………..

48           พุทธานุภาพ………………………………………………………………………..

49           รักข้ามขอบฟ้า………………………………………………………………………..

50           ศกุนตลา………………………………………………………………………..

51           สยามนุสติ………………………………………………………………………..

52           สีชัง………………………………………………………………………..

53           เพลงแม่บท………………………………………………………………………..

54           จากบ้าน………………………………………………………………………..

55           น้ำค้างน้ำใจ………………………………………………………………………..

56           โศก………………………………………………………………………..

57           รสตาล………………………………………………………………………..

58           เพื่อศักดิ์นักสู้………………………………………………………………………..

59           อยู่เพื่ออะไร………………………………………………………………………..

60           เลือดสุพรรณ………………………………………………………………………..

61           ธารทอง………………………………………………………………………..

62           ไกรทอง………………………………………………………………………..

63           พรหมทัต 1………………………………………………………………………..

64           พรหมทัต 2………………………………………………………………………..

65           เห่กากี………………………………………………………………………..

66           พันท้ายนรสิงห์………………………………………………………………………..

67           ขุนศึกกำศรวล………………………………………………………………………..

68           จุฬาตรีคูณ………………………………………………………………………..

69           พระมะเหลเถไถ………………………………………………………………………..

70           ควรแก่การสรรเสริญกราวคือชาวนา…………………………………………………..

71           เขมรอกโครง………………………………………………………………………..

72           เวตาล………………………………………………………………………..

73           หนาว………………………………………………………………………..

74           กราวนอก………………………………………………………………………..

75           นิราศพระบาท………………………………………………………………………..

76           กลิ่นดอกโศก………………………………………………………………………..

77           บุษบาในฝัน………………………………………………………………………..

 

78           อเทตยาเพ้อรัก………………………………………………………………………..

79           บุเรงนองพ่ายรัก………………………………………………………………………..

80           กากีเหมือนดอกไม้………………………………………………………………………..

81           คนธรรพ์รำพึง………………………………………………………………………..

82           มัทรีร้องไห้………………………………………………………………………..

83           กราวนอก………………………………………………………………………..

84           มอญดูดาว………………………………………………………………………..

85           เขมรเร็ว………………………………………………………………………..

86           นางนาค………………………………………………………………………..

87           สร้อยเพลง………………………………………………………………………..

88           เชิญพระขวัญ………………………………………………………………………..

89           ไกลบ้าน………………………………………………………………………..

90           บำบุญด้วยอะไร………………………………………………………………………..

91           ตาอินกะตานา………………………………………………………………………..

92           ทะเลบ้า………………………………………………………………………..

93           บุพเพสันนิวาส………………………………………………………………………..

94           พรหมลิขิต………………………………………………………………………..

95           ใจชาย-ใจหญิง………………………………………………………………………..

96           พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแน่นอน………………………………………………………………………..

97           ยากยิ่งสิ่งเดียว………………………………………………………………………..

98           ปาริชาติ………………………………………………………………………..

99           หนึ่งในดวงใจ………………………………………………………………………..