หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
117975 ครั้ง

สมุนไพรรักษาปากเปื่อย



 

รักษาปากเปื่อย  ลิ้นเปื่อย เท้าเปื่อย

 

         การเลี้ยงสัตว์ที่ดี  เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ  ลักษณะพฤติกรรม  ความต้องการ และสุขภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยงนั้นๆด้วย ถ้าสัตว์เลี้ยงเกิดอาการเจ็บป่วยย่อมส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย  พฤติกรรม  รวมไปถึง การพัฒนาการเจริญเติบโตของร่างกายด้วย   เมื่อพูดถึงโรคปาก ลิ้นเปื่อยและเท้าเปื่อยเกษตรกรไทยมักเห็นเป็นเรื่องปกติและไม่ให้ความสนใจและความสำคัญเท่าที่ควร ทั้งนี้อาจ เป็นเพราะสัตว์ป่วยเป็นโรคแล้วไม่ตายหรือถ้าตายก็ตายน้อยมากและก็เห็นว่าเป็นโรคที่ไม่ติดคน แต่สำหรับประเทศที่ปลอดจาก โรคปากและเท้าเปื่อยเช่นประเทศอังกฤษนั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก เพราะได้ทำให้สถานภาพความปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย หมดไปและยังก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมหาศาลทำให้การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังประเทศอื่นต้องถูกระงับ จึงเกิดความสูญเสีย ทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง นอกจากนี้ประเทศอังกฤษซึ่งเคยเกิดโรคนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อ 20 ปีที่แล้วและไม่เคยดำเนินการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมาก่อน จึงมีผลทำให้เกิดการระบาดของโรครุนแรงและแพร่กระจายไปในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงขอเสนอการใช้สมุนไพรพื้นบ้านซึ่งหาได้ง่ายจากในท้องถิ่นในการรักษาโรคปากและเท้าเปื่อยตามวิถีภูมิปัญญาชาวบ้าน ดังนี้

 

ตำรับที่ 1 เปลือกประดู่

 

 

 

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Plerocapus indicus.

 

วงศ์ :  PAPILIONACEAE

 

ชื่อสามัญ :  Burma Padauk

 

ชื่ออื่น :  ประดู่ป่า ประดู่ไทย ประดู่บ้าน ดู่ ทางภาคใต้เรียกว่า ประดู่, ดู่บ้าน, สะโน

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงต้นประมาณ 10-25 เมตร ผิวเปลือกลำต้นมีสีดำหรือเทา ลำต้นเป็นพูไม่กลม แตกกิ่งก้านสาขากว้าง มีเรือนยอดทึบ แตกเป็นสะเก็ดร่องตื้นๆ ใบจะออกรวมกันเป็นช่อ แตกออกจากปลายกิ่ง มีใบย่อยประกอบอยู่ ประมาณ 6-12 ใบ ลักษณะของใบเป็นรูปมนรี ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นมันสีเขียว ใบมีขนาดยาวประมาณ 2-3 นิ้ว กว้างประมาณ 1-2 นิ้ว ถ้าขึ้นในที่แล้งจะผลัดใบก่อนออกดอก ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ดอกมีสีเหลืองสดลักษณะคล้ายดอกถั่ว โคนกลีบเลี้ยงกลีบดอกติดกันเป็นกรวยโค้งเล็กน้อย กลีบดอกมี 5 กลีบ ดอกมีขนาดเล็ก ขณะดอกย่อยบานมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-1 ซม. ดอกบานไม่พร้อมกัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกที่ใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ฤดูดอกบานอยู่ในช่วง เดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ผล มีขนเล็กๆปกคลุม ขนาดผลโต ประมาณ 4-6 เซนติเมตร ประดู่เป็นไม้กลางแจ้งต้องการแสงแดดจัด ความชื้นสูง ต้องการน้ำปานกลาง สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด แต่จะให้ดีควรเป็นดินร่วนซุย                                                                  

 

ส่วนที่ใช้ :  ใบ เปลือก ลำต้น

 

สรรพคุณ :
     - ใบ ใช้ใบประดู่ชงกับน้ำร้อน นำน้ำที่ได้มาใช้สระผม นำใบประดู่มาตำให้แหลกใช้พอกฝีจะทำให้ฝีให้สุกเร็ว หรือใช้ฟอกบาดแผล 
     - เปลือกต้น มีสรรพคุณในการสมานบาดแผล หรือนำเปลือกต้นมาต้มกับน้ำ น้ำที่ได้นำมาดื่มแก้ท้องเสีย 
     - แก่น แก้คุดทะราด แก้ไข้ บำรุงโลหิต แก้โลหิตจาง

 

วิธีการทำสมุนไพรรักษาสัตว์

 

ส่วนผสม  :    เปลือกประดู่  น้ำเปล่า

วิธีปรุง  :   นำเปลือกประดู่มาต้มเคี่ยวให้ข้น กรองเอาแต่น้ำ

วิธีใช้  :   นำไปราดท้าสัตว์ที่เป็นแผล แผลจะตกสะเก็ดแล้วหาย

 

ตำรับที่ 2 เปลือกต้นเพกาสด

 

 

เพกา

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Oroxylum indicum  (L.) Kurz

 

วงศ์ :  Bignoniaceae

 

ชื่ออื่น :  มะลิดไม้ มะลิ้นไม้ ลิดไม้  ลิ้นฟ้า หมากลิ้นก้าง หมากลิ้นซ้าง กาโด้โด้ง  ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ ดุแก เบโก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ต้น สูง 3-12 เมตรแตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอดก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝัก รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง

 

ส่วนที่ใช้ : ราก เปลือกต้น ฝักอ่อน เมล็ด

 

สรรพคุณ :

 

ราก 

-  มีรสฝาดเย็น ขมเล็กน้อย ใช้บำรุงธาตุ ทำให้เกอดน้ำย่อยอาหาร เจริญอาหาร

-   แก้ท้องร่วง แก้บิด แก้ไข้สันนิบาต

-   ใช้ภายนอก รากฝนกับน้ำปูนใส ทาแก้อาการอักเสบ ฟกบวม

 

เพกาทั้ง 5  -  คือการใช้ส่วนราก ใบ ดอก ผล ต้น รวมกันจะมีรสฝาดเย็น มีสรรพคุณสมานแผล แก้อักเสบบวม แก้ท้องร่วง บำรุงธาตุ แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ไข้เพื่อลม เพื่อเลือด

 

ฝักอ่อน  - รับประทานเป็นผัก ช่วยในการขับผายลม บำรุงธาตุ

 

เมล็ด  - ใช้เป็นยาถ่าย เมล็ดแก่ใช้เป็นยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ

 

เปลือกต้น -รสฝาดเย็น และขมเล็กน้อย เป็นยาสมานแผล ทำน้ำเหลืองให้เป็นปกติ ขับน้ำเหลืองเสีย ขับเลือดดับพิษโลหิต บำรุงโลหิต แก้เสมหะจุกคอ ขับเสมหะ แก้บิด แก้อาการจุกเสียด

 

เปลือกต้นตำผสมกับสุรา

-     ใช้เป็นยากวาดประซะพิษซางเด็กชนิดเม็ดเหลือง

-      แก้ละองขึ้นในปาก คอลิ้น แก้ละอองไข้

-     ใช้ฉีดพ่นตามตัวคนคลอดบุตรที่ทนการอยู่ไฟไม่ได้ ทำให้ผิวหนังชา

-     ทารอบ ๆ ฝี แก้ปวดฝีทาแก้อาการฟกบวมอักเสบ

 

เปลือกต้นสดตำผสมกับน้ำส้ม  ซึ่งได้จากรังมดแดงหรือเกลือสินเธาว์

-    รับประทานขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด แก้บิด แก้อาเจียนไม่หยุด

-    รับประทานแก้เสมหะจุกคอ (ขับเสมหะ) ขับเลือดเน่าในเรือนไฟ บำรุงโลหิต

 

นอกจากนี้เปลือกเพกา ใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น แก้เบาหวาน แก้โรคมานน้ำ เปลือกต้มรวมกับสมุนไพรหลายชนิด แยกเอาน้ำมันมาทาแก้

-     แก้องคสูตร

-    แก้ริดสีดวงทวารหนัก ทวารเบา    

-    แก้ฟกบวม แก้คัน

 

 วิธีการทำสมุนไพรรักษาสัตว์

 

ส่วนผสม  :    เปลือกต้นเพกาสด   เกลือ  น้ำเปล่า

วิธีปรุง  :   นำเปลือกต้นเพกาสด มาต้มให้ละเอียด  ผสมน้ำและผสมเกลือเล็กน้อย

วิธีใช้  :   นำไปกรอกให้สัตว์กินหรือนำไปนวดลิ้น

 

ตำรับที่ 3 มะเฟือง

มะเฟือง

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Averrhoa carambola Linn. 

 

วงศ์ :  AVERRHOACEAE

 

ชื่อสามัญ : Carambola

 

ชื่ออื่น :   มะเฟืองเปรี้ยว มะเฟืองส้ม เฟือง สะบือ (เขมร)

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางมีลำต้นเป็นสีน้ำตาลอ่อน เปลือกของลำต้นค่อนข้างขรุขระมีตุ่มเล็กๆ ทั่วไป   ใบประกอบแบบขนนกออกเรียงกันเป็นคู่ๆ ไปตามแผง แผงหนึ่งมี    7-15 คู่ ลักษณะของใบย่อย เป็นรูปมนรีขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบแหลม ริมขอบใบเรียบเกลี้ยง ใบย่อยตรงปลายมักมีขนาดใหญ่กว่าใบตรงโคนแผง   ดอกออกเป็นช่อสั้นๆ อยู่ตามบริเวณกิ่งและลำต้น ดอกมีสีม่วงอ่อนเป็นดอกขนาดเล็ก  ลักษณะของผลเป็นรูปเฟืองมีกลีบอยู่ 5 กลีบ เมื่อยังอ่อนผลเป็นสีเขียว แต่พอผลสุกหรือแก่เต็มที่ ผลก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม ผลสดอวบน้ำมีสันโดยรอบผ่าตามขวางเป็นรูปดาว เมล็ดมีสีดำยาวเรียวยาวประมาณ 5 มม. เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและดินทุกสภาพ ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง

 

ส่วนที่ใช้ : ผล

 

สรรพคุณ : ในการแก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความร้อนภายในร่างกายถอนพิษก็ได้ เป็นยาขับเสมหะ ป้องกันโรคโลหิตจาง โรคเลือดออกตามไรฟัน รวมทั้งยังช่วยขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย  มะเฟืองหนึ่งผลนั้นสามารถที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงควบคุมการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ ควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดแข็งตัวง่าย กล่อมประสาทช่วยระงับความฟุ้งซ่าน จึงช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นในผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ

 

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ : ตลอดปี           

 

ข้อควรระวัง  : มีประจำเดือนห้ามกิน ตกขาว ถ้าตั้งครรภ์กินเข้าไปทำให้แท้ง พิษของมะเฟืองมีผลต่อสุขภาพของไตและ...อาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้

 

วิธีการทำสมุนไพรรักษาสัตว์

 

ส่วนผสม  :    มะเฟืองสุก

วิธีปรุง  :   นำมะเฟืองสุก (เปรี้ยว) นำมาคลุกกับเกลือทั้งลูก

วิธีใช้  :   นำไปนวดปากหรือลิ้นตรงที่เป็นแผล